ชาวไร่ลุ้น “จุรินทร์” สัญจรอุดร ประกันรายได้มันโลละ 2.50 บ.

“จุรินทร์” ลุยต่อ “ประกันรายได้มันสำปะหลัง” ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี 27 ต.ค.นี้ ด้านสมาคมชาวไร่ชี้ราคาประกัน กก.ละ 2.50 บาท เท่าราคาตลาดไม่ได้ประโยชน์ จี้รัฐเร่งฟื้นตลาดส่งออกญี่ปุ่น-อียู ทดแทนพึ่งพาตลาดจีน หลังบาทแข็ง-สงครามการค้าวิกฤตส่งออกวูบ 5 ล้านตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 27 ตุลาคม 2562 กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดประชุมร่วม 3 ฝ่ายในการประชุมหารือเพื่อดำเนินโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังที่จังหวัดอุดรธานี โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน

นายรังษี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ราคาหัวมันสด กก.ละ 2.20-2.30 บาท ถือเป็นราคาที่สูงอยู่แล้ว หากรัฐบาลจะดำเนินการประกันรายได้มันสำปะหลัง โดยกำหนดราคา กก.ละ 2.50 บาท อาจจะไม่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรจริง ๆ แต่จะเป็นการส่งเสริมหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการมากกว่า ซึ่งสิ่งสำคัญที่รัฐบาลควรดำเนินการคือการส่งเสริมด้านการตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดจีน โดยให้กระจายการทำตลาดไปที่สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น โดยเฉพาะตลาดอียูซึ่งเริ่มมีท่าทีที่จะเปิดเจรจาการค้ากับประเทศไทยมากขึ้น หากทำได้สำเร็จตลาดอียูอาจขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันไทยมีการส่งออกแป้งมันไปอียูประมาณ 150,000 ตัน ขณะที่ไทยส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น 200,000 ตัน

“โครงการประกันรายได้อาจจะไม่จำเป็น หากรัฐประกันราคาที่ กก.ละ 2.50 บาท ซึ่งเท่ากับราคาตลาด ขอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลในเรื่องของตลาด ผลักดันการส่งออก โดยปล่อยให้ตลาดมีการแข่งขันกันเองน่าจะเหมาะสม จะทำให้ราคามันสำปะหลังปรับตัวดีขึ้นและให้เดินหน้าไปตามกลไกของตลาด และก็ส่งเสริมการเพาะปลูก”

สำหรับผลผลิตมันสำปะหลังในฤดูการผลิต 2562/2563 คาดว่าจะเริ่มออกสู่ตลาด ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2562 เกษตรกรจะเริ่มทยอยขุดมันสำปะหลังออกสู่ตลาด โดยคาดว่าผลผลิตจะออกมาประมาณ 26 ล้านตันหัวมันสด จากความต้องการใช้ 29 ล้านตัน

ด้านนายภมร ศรีประเสริฐ อุปนายกสมาคม โรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันไทยส่งออกมันเส้นไปจีนได้เพียงแค่ 2.5 ล้านตัน จากปกติที่จะส่งออก 7-8 ล้านตัน

“ปีนี้มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดมีปัญหาแน่ ในส่วนของมันสำปะหลัง จากสงครามการค้าทำให้สถานการณ์ตลาดส่งออกไม่ดี ขายไม่ได้ และค่าเงินบาทไทยแข็งค่า ทำให้ราคาสินค้าของไทยสูงกว่าคู่แข่งเช่นแป้งมันของไทยราคา 390 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่เวียดนามราคา 430 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนมันเส้นของไทยราคา 230 เหรียญสหรัฐต่อตัน เวียดนามราคา 210 เหรียญสหรัฐต่อตันเมื่อทอนกลับมาเป็นราคามันสดอยู่ที่ กก.ละ 2.00 บาท จากต้นทุนเกษตรกร กก.ละ 1.80 บาท”

สำหรับแนวโน้มผลผลิตมันสำปะหลังในปีนี้ยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญรองจากข้าว โดยมีพื้นที่เพาะปลูก 1.8 ล้านไร่ มีผลผลิต 30 ล้านตันหัวมันสด ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่อยู่ที่ปีละ 35 ล้านตัน และยิ่งมาประสบปัญหาความเสียหายโรคใบด่างอีกส่งผลให้ไทยต้องนำเข้าวัตถุดิบจากเพื่อนบ้าน

“ขณะนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกหารือคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เรื่องเตรียมความพร้อมประกันรายได้”