“จุรินทร์-เฉลิมชัย” Kick off ประกันรายได้ชาวสวนยาง จ่ายส่วนต่างราคายางวันนี้ทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรแบละสหกรณ์ ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ชี้แจงการจ่ายเงินวันแรกโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง

ซึ่งนายจุรินทร์ กล่าวต่อหน้าเกษตรกรชาวาสวนยางที่มาประชุมกันอยู่ที่ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการจ่ายเงินส่วนต่างไปถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศตามนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล โดยนโยบายประกันรายได้ไม่ใช่นโยบายประกันราคาที่หลายคนยังสับสน ที่บอกว่าไม่ใช่เพราะราคานั้นประกันไม่ได้ เนื่องจากจะขัดหลักการการค้าของ WTO ราคาจะต้องเป็นไปตามกลไกตลาด นั่นก็คือขึ้นอยู่กับผลผลิต ถ้าผลผลิตมาก ความต้องการใช้น้อย ราคาก็ต่ำ ถ้าผลผลิตน้อย ความต้องการใช้มากราคาก็สูง

ที่ผ่านมาก่อนมีรัฐบาลชุดนี้ ชาวสวนยางจะมีรายได้ทางเดียวคือ รายได้จากการขายยางตามราคาตลาด ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหา เพราะราคายางทั่วโลกตกต่ำ มีผลกระทบกับประเทศไทยด้วย ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้น้อยลง ตรงนี้จึงเป็นที่มาของนโยบายรัฐบาลชุดนี้ ที่ได้จัดให้มีโครงการประกันรายได้ขึ้นมา

จากนี้ไปเกษตรกรจะมีรายได้อีกทางที่สองด้วยก็คือ รายได้จากเงินส่วนต่างที่รัฐบาลนี่้จะจ่ายให้กับชาวสวนยางทั่วประเทศในหนึ่งปีฤดูการผลิต รัฐจะโอนให้ทุกสองเดือน และจะดำเนินการไปเรื่อยๆตราบเท่าที่ยังมีรัฐบาลชุดนี้

การดำเนินการประกันรายได้ ให้เอารายได้ที่ประกันเป็นตัวตั้ง รัฐบาลชุดนี้ประกันรายได้ยางแผ่นดิบคุณภาพดีชั้น 3 ที่ กก.ละ 60 บาท น้ำยางสดที่ กก.ละ 57 บาท ( DRC 100%) และยางก้อนถ้วย กก.ละ 23 บาท (DRC 50%) เอายางแผ่นดิบ กก.ละ 60 บาทเป็นตัวตั้ง แล้วเอาราคาตลาด 2 เดือนย้อนหลัง ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาอ้างอิงลงมติเมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมาเป็นตัวลบ ตามหลักเกณฑ์ประกันไม่เกินรายละ 25 ไร่ ยกตัวอย่าง ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคาตลาดอ้างอิงจากตลาดกลางประมูลยางของ กยท. 6 แห่งทั่วประเทศ

จากตลาดกลางประมูลยางในภาคตะวันออกและในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ซื้อขายจริง 2 เดือนย้อนหลังอยู่ที่ 21.03 บาทต่อ กก. ชาวสวนจะมีรายได้ต่อ 1 ไร่ที่ 21.03 บาท คูณ 20กก./ไร่/เดือน เท่ากับ 420.26 บาท/ไร่ หากมี 25 ไร่ จะเท่ากับ 25 คูณ 420.26 บาท เท่ากับ 10,515 บาท รัฐจ่ายเงินผ่าน ธกส. 2 เดือนต่อครั้ง เกษตรกรชาวสวนยางจะได้เงิน 21,030 บาท รัฐจ่าย 3 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 63,090 บาท

กรณีเป็นน้ำยางสด ราคาตลาดอ้างอิงย้อนหลัง 2 เดือนเท่ากับ37.72บาท/กก. เท่ากับมีส่วนต่าง 19.28 บาท/กก. นำไปหักที่รัฐประกันรายได้ กก.ละ 57 บาท ดังนั้น 1 ไร่ ชาวสวนจะมีรายได้ 19.28 บาท/กก. คูณ 20 กก./ไร่/เดือน เท่ากับ385.60 บาท หากมี 25 ไร่จะได้รับเงินส่วนต่างเท่ากับ 9,640 บาท รัฐจ่าย 2เดือนต่อครั้ง ชาวสวนจะได้รับเงิน 19,280 บาท รัฐจ่าย 3 ครั้ง ชาวสวนจะได้รับเงินส่วนต่างทั้งสิ้น 57,840 บาท

ขณะที่ยางก้อนถ้วย ราคาตลาดอ้างอิงย้อนหลัง 2 เดือน กก.ละ 16.19 บาท จะได้ส่วนต่างเท่ากับ 6.81 บาท/กก. ชาวสวนจะมีรายได้ต่อ ไร่ที่ 6.81 บาท/กก. คูณ 40 กก./ไร่/เดือน เท่ากับ 272.40 บาท หากมี 25 ไร่ ชาวสวนจะได้เท่ากับ 6,810 บาทต่อเดือน หรือรัฐจ่ายให้ 13,620 บาทต่อครั้ง(ทุก 2 เดือน) และรัฐจ่ายให้ทั้งหมด 3 ครั้ง เท่ากับชาวสวนจะได้รับทั้งสิ้น 40,860 บาท

รายงานข่าวกล่าวต่อว่า งวดแรกรัฐจะจ่ายเงินให้วันที่ 1-15 พ.ย.2562 งวดที่ 2 วันที่ 1-15 ม.ค.2563 และงวด 3 วันที่ 1-15 มี.ค.2563 ทั้งนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางระยะที่ 1 (เฟส 1) ชาวสวนยางที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ปลูกยางมาขึ้นทะเบียนกับ กยท. 1,711,252 ราย แบ่งเป็นเจ้าของสวน 1,412,017 ราย คนกรีดยาง 299,234 ราย พื้นที่เปิดกรีดทั้งสิ้น 17,201,391 ไร่ หรือประมาณ 86%ของพื้นที่ปลูกยางทั้งหมด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ