“สมคิด” สั่งโด๊ปแพ็กเกจ BOI โรดโชว์ดึงนักลงทุนยุ่นปั้นเกษตรอัจฉริยะ

“สมคิด-บีโอไอ” ดีไซน์แพ็กเกจพิเศษ ดึงญี่ปุ่นร่วมพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ “ดวงใจ” โชว์อีอีซี พลิกโฉมภาคตะวันออกลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ 110 โครงการ รับ hub logistics

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เดินทางดูกิจการอุตสาหกรรมการเกษตร 3 แห่ง และชักจูงนักลงทุนญี่ปุ่นที่เกาะฮอกไกโด ระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.ว่าต้องการนำประสบการณ์จากการดูงานไปพัฒนา “เกษตรอัจฉริยะ” ในประเทศไทย และให้ชุมชนพัฒนาเชื่อมโยงเป็นจุดท่องเที่ยวด้วย

นายสมคิดกล่าวกับนักลงทุนญี่ปุ่น 30 บริษัทระหว่างเจรจาว่า ความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลไทยและญี่ปุ่นแน่นแฟ้นจึงต้องการดึงนักลงทุนฮอกไกโดเพื่อร่วมมือพัฒนาด้านเกษตรและการท่องเที่ยว หากเอกชนญี่ปุ่นต้องการพัฒนาด้านเกษตร แหล่งท่องเที่ยว บีโอไอพร้อมดีไซน์แพ็กเกจสิทธิพิเศษให้นักลงทุน เพราะมีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่จะสนับสนุนและจะช่วยขจัดอุปสรรคในการลงทุนทุกด้าน

“ภาคเหนือของไทยมีศักยภาพพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้เหมือนฮอกไกโด จึงฝากประธานหอการค้าญี่ปุ่น และเจโทรเชื่อมโยงการลงทุนในไทยด้วย”

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คนไทย 30 ล้านคนอยู่ในภาคเกษตรแต่ยากจน ผลผลิตและรายได้ต่ำ ต้องยกระดับเกษตรไทยเพื่อให้มีการตลาดต้องนำภาคเกษตรไปเชื่อมโยงกับภาคท่องเที่ยว ช่วยให้เกษตรกรไทยมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ผู้บริหาร ธ.ก.ส. ต้องเปลี่ยนระบบการผลิต การท่องเที่ยวให้เกษตรกร เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเกษตรกรและพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวชนบท ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งเน้นให้เป็น “เกษตรอุตสาหกรรม” มากขึ้น จะหารือเจรจาร่วมกันระหว่างญี่ปุ่น กระทรวงอุตสาหกรรม และ ธ.ก.ส.อย่างใกล้ชิด

นางดวงใจ อัศวจินตจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า แต่ละปีการยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุนจากญี่ปุ่นร้อยละ 40 มีบริษัทจากฮอกไกโดค่อนข้างน้อย เพียง 2 รายได้รับการส่งเสริมลงทุนในไทย จึงต้องขยายความร่วมมือมากขึ้น ไทยเป็นศูนย์กลาง CLMVT ประชากร 200 ล้านคน เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโต

“ไทยจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่แท้จริง เตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 110 โครงการในปี 2565 ด้วยเงินมหาศาลยังได้พัฒนาเขตอีอีซี รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในประเทศ มีการลงทุน 5 โครงการขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และอู่ตะเภาเมืองการบิน หากทุกโครงการสำเร็จไทยจะเป็น hub logistics ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในภูมิภาค”

นอกจากนี้ไทยยังมีซัพพลายเชนด้านการเกษตรและอาหาร 10,000 แห่ง และกำลังพัฒนาเป็นเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น มีวัตถุดิบที่มากพอ จึงมีการตั้งโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก

“ไทยเดินหน้าปรับ ecosystem ในการทำธุรกิจ ได้รับจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจอันดับ 21 ของโลก เพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจให้เอกชนรองรับการลงทุนต่างชาติ และให้ต่างชาติถือหุ้นใหญ่ในอุตสาหกรรมบริการ บีโอไอได้ให้สิทธิ์ประโยชน์ภาษี และถือครองที่ดิน เพิ่มประเภทกิจการที่ส่งเสริมการลงทุน หมวด smat farmming service ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น”

ด้านนายอัทตซูชิ ทาเคทานิ ผู้จัดการเจโทร ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า ปีนี้คนไทยเดินทางมาเที่ยวเกาะฮอกไกโด 2.3 แสนคน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจแนบแน่น มีนักธุรกิจไทยไปลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ รองรับการท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะนี้มี 5 บริษัทในฮอกไกโด ที่ลงทุนในไทยและจะขยายกิจการเพิ่ม

Previous articleดาวกับดวง วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 โดย พิมพ์พรร
Next articleถอดรหัสการบริหาร “PTG” มองโจทย์ธุรกิจ-มีเป้าหมายชัดเจน