ไฟเขียวประกันราคามันสำปะหลัง กิโลฯละ 2.50 บาท 9.6 พันล้าน

ไฟเขียวประกันราคามันสำปะหลัง กิโลฯละ 2.50 บาท 9.6 พันล้าน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พ.ย.62 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรีปและสุพรรณบุรี) ว่า ครม.สัญจรมีมติเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 62/63 วงเงิน 9,671 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ประกันรายได้ 540,000 ราย มีรายละเอียด ดังนี้

ประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสด เชื้อแป้ง 25% ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ ราคาและปริมาณประกันรายได้ กิโลกรัมละ 2.50 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน เกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับเงินส่วนต่าง ได้แก่เกษตรกรทุกรายที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูก และแจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เงื่อนไขการใช้สิทธิ เกษตรกรหนึ่งครัวเรือน ใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง การชดเชยส่วนต่าง ธ.ก.ส. จะโอนเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์อ้างอิงเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

ระยะเวลาดำเนินการ 1) ช่วงเวลาขึ้นทะเบียน 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมา 2) ระยะเวลาใช้สิทธิ ใช้สิทธิ์ได้ในช่วงการเก็บเกี่ยวที่ระบุไว้ในทะเบียนเกษตรกร โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 และจ่ายต่อไปทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 12 เดือน สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ให้มีสิทธิรับเงินชดเชยในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 และ 3) ระยะเวลาโครงการ 1 ตุลาคม 2662-31 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง

1) การดูแลความเป็นธรรมในการซื้อขายมันสำปะหลัง กำหนดให้มีการตรวจสอบคุณภาพ การหักน้ำหนักสิ่งเจือปน การกำหนดให้โรงงานมันเส้นและแป้งมันมีเครื่องร่อนสิ่งเจือปนก่อนรับซื้อ รวมถึงการแสดงราคารับซื้อ 2) การบริหารจัดการนำเข้าส่งออก กรมการค้าต่างประเทศต้องกำกับดูแลอย่างจริงจัง ต้องตรวจสอบคุณภาพให้เป็นไปตามาตรฐาน ลงโทษผู้กระทำผิดตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด 3) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง ให้ ธ.ก.ส.จัดสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาการผลิตแบะลดต้นทุนของเกษตรกรโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จัดสินเชื่อ เป้าหมาย 5,000 รายๆ ละ ไม่เกิน 230,000 บาท วงเงินกู้รวม 1,150 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3

4) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ให้ ธ.ก.ส.จัดสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกรที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับมันสำปะหลัง หรือสถาบันเกษตรกรที่มีสมาชิกประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือซื้อมันสำปะหลังสด มันเส้น เพื่อไปจำหน่ายต่อ หรือแปรรูป เพื่อดูดซับปริมาณผลผลิตในช่วงล้นตลาด วงเงินจัดสรรสำหรับโครงการนี้ 1,500 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 4 5) ส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังในประเทศเพิ่มขึ้น โดยพัฒนาการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและอุตสาหกรรมอาหาร

6) เพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาลซึ่งปัจจุบันมีตลาดรองรับที่จำกัด โดยเฉพาะการผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง สามารถดูดซับหัวมันสดได้เพียง 2.5 ล้านตันเท่านั้น เพื่อให้เกิดการใช้มันสำปะหลังและพืชเกษตรในการผลิตแอลกอฮอล์ จะต้องมีการแก้ไขข้อจำกัดใน พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 เพื่อเปิดช่องให้โรงงานเอทานอลที่ใช้สินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบสามารถผลิตและจำหน่ายเอทานอลให้แก่อุตสาหกรรมอื่นได้นอกเหนือจากการใช้เป็นเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ ครม.สัญจรยังมีมติเห็นชอบครม.อนุมัติเงินชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิและไม่จำกัดช่วงเวลาการปลูก จากเดิมที่ชดเชยแก่เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฏหมายเท่านั้น ทำให้การกำจัดท่อนพันธุ์และการจัดการการระบาดของโรคใบด่างไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง


ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ