“สนธิรัตน์” ดึงเทคโนโลยีสกัดลักลอบนำเข้าปาล์มซีพีโอ ตรวจเข้มปริมาณ บี100 real time

“สนธิรัตน์” ดึงเทคโนโลยีสกัดลักลอบนำเข้าปาล์มซีพีโอ ตรวจเข้มปริมาณ บี100 real time

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมนำเทคนิคทางวิทยาศาสตร์และสถิติขั้นสูงมาวิเคราะห์ข้อมูล โดยดำเนินการบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) อย่างบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา พัฒนาระบบที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำมันปาล์มดิบ สืบเนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มดิบของไทยมีราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน นำมาซึ่งปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ แม้จะมีกฎหมายรองรับและมีบทลงโทษผู้ลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ แต่การนำน้ำมันปาล์มดิบที่ลักลอบเข้ามาผสมกับน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ ทำให้ตรวจสอบได้ยาก

สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลบ่งชี้แหล่งที่มาของน้ำมันปาล์มดิบนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ แล้วยังจะก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศโดยรวม รวมถึงช่วยภาคเกษตรกรในการจำหน่ายผลผลิตและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกรแบบยั่งยืน โดยเครื่องมือดังกล่าวมีราคาประมาณ 3-5 ล้านบาทต่อเครื่อง ภายใต้งบประมาณของกระทรวงพลังงาน ซึ่งหากพบการลักลอบกระทรวงพลังงานจะมีบทลงโทษโดยการปฏิเสธการสั่งซื้อน้ำมันปาล์มดิบดังกล่าว หลังจากนั้นจะส่งเรื่องต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป

“กระทรวงพลังงานจะใช้มาตรการดังกล่าวเข้าไปกำกับดูแลสต๊อกซีพีโอในโรงงานผลิต บี100 ที่จะนำไปสู่การผสมเป็นน้ำมันไบโอดีเซลเกรดต่างๆ ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางเพื่อให้รู้ถึงที่มาของซีพีโอว่ามาจากที่ไหน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าเกษตร และผลตรวจยังทำให้ทราบถึงโครงสร้างปาล์มในประเทศที่แตกต่างกัน โดยคาดจะเริ่มดำเนินการสุ่มตรวจได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี เพื่อให้สอดรับกับมาตรการที่กำหนดให้ทุกสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ทั่วประเทศจะต้องมีการจำหน่ายดีเซลบี10 ครบทุกปั๊มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2563” นายสนธิรัตน์กล่าว

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานได้เร่งติดตั้งมิเตอร์ตรวจวัดปริมาณ บี100 ทุกถังเก็บในคลังผู้ผลิต เพื่อติดตามปริมาณ บี100 แบบ Real time ด้วย ซึ่งเบื้องต้นกรมธุรกิจพลังงาน ได้สำรวจข้อมูลของโรงงานผลิต บี100 ที่ปัจจุบันมีอยู่ 13 บริษัท 14 โรงงาน มีถังเก็บ บี100 รวม 76 ถัง และได้ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 42 ถัง เหลืออีก 34 ถัง โดยคาดว่าจะติดตั้งเสร็จทั้งหมดภายในเดือน ต.ค.นี้

ทั้งนี้ปาล์มน้ำมันเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ก่อนหน้านี้ รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมผลักดันให้น้ำมันดีเซล บี10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐานของประเทศเพื่อส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล ในภาคพลังงาน โดยมีเป้าหมายในการมุ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ให้สามารถดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณการผลิตที่งหมดของไทยในปัจจุบัน หรือคิดเป็น 2.2 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นการช่วยสร้างเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน

“มาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ออกมาได้แก้ปัญหาราคาปาล์มได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ราคาผลปาล์มดิบในประเทศขณะนี้ขยับขึ้นมาอยู่สูงถึง 7.80 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว โดยขณะนี้กระทรวงกำลังเร่งหามาตรการเพิ่มเติ่มในการกำกับดูแล โดยคาดว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้กระทรวงพลังงานจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยแก้ปัญหาสินค้าเกษตรให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น” นายสนธิรัตน์กล่าว

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ