รี้ดเทรดเด็กซ์ตั้งเป้าโต 10% ปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์ลูกค้า

รี้ด เทรดเด็กซ์ ตั้งเป้าดันยอดโตปีละ 10% ปรับกลยุทธ์-เพิ่มความหลากหลายตอบโจทย์ลูกค้า ชี้อนาคตจัดงานด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น ลุ้นจัดงานแสดงสินค้าที่เมียนมารองรับอนาคต

นายอิสระ บุรินทรามาตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดงานแสดงสินค้าแห่งอาเซียน กล่าวว่า ภาพรวมรายได้ในปี 2560 ตั้งเป้ารายได้โตที่ 10% และในปี 2561 เป้าหมายรายได้เทียบเท่าปีนี้ โดยบริษัทได้ปรับกลยุทธ์และเพิ่มความหลากหลาย เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น โดยเน้นการจัดงานแสดงสินค้าให้เข้ากับเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง และเน้นให้ความสำคัญงานไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีความต้องการที่ต่างกันมากขึ้น

รวมถึงการเข้าไปสำรวจเพื่อขยายช่องทางการตลาดในการจัดงานแสดงสินค้าในอาเซียน นอกจากประเทศไทยที่เป็นหลัก และประเทศเวียดนามที่ดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อตอบสนองในกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น และสามารถต่อยอดให้บริษัทของลูกค้า หรืออาจต้องการขยาย หรือเพิ่มตลาดของบริษัทได้ โดยบริษัทได้มองกลุ่มการผลิตแพ็กเกจจิ้ง สินค้าเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ความงามที่รับจ้างผลิตเข้ามาในงานมากขึ้น

“บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ในการจัดแสดงสินค้าในปีนี้และปีหน้า โดยเน้นการจัดแสดงสินค้าไว้ 2 เป้าหมาย คือ เพื่อนำเสนอสินค้าเทคโนโลยีที่มีการปรับเปลี่ยนและทันสมัยมากขึ้น และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพตามความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อให้เกิดการเจรจาทางธุรกิจ หรือจับคู่ธุรกิจระหว่างกันได้ภายในงานเดียว รวมไปถึงเน้นการจัดงานแสดงสินค้าเพื่อให้ผู้บริโภคที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนหน้าใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการมากขึ้น”

นอกจากนี้ในปลายปี 2560 บริษัทจะมีงานแสดงสินค้าในกลุ่มสินค้างานเหล็ก โลหะมากขึ้น ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีต่างชาติตอบรับเข้าร่วมงานแล้วกว่า 40 ประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน ยุโรป อิตาลี เยอรมนี ตุรกี สหรัฐ เป็นต้น รวมถึงเอกชนด้านโลหะ เหล็ก ส่วนเป้าหมายผู้ร่วมงานครั้งนี้ 100,000 ราย ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย

อย่างไรก็ดี สำหรับแผนการจัดงานแสดงสินค้าที่ประเทศเวียดนาม ทั้งปีมีเป้าหมาย 7 ครั้ง ที่โฮจิมินห์และฮานอย การจัดงานของบริษัท เป้าหมายต้องการให้มีรายได้เติบโต และสำคัญ คือ การเพิ่มงานแสดงสินค้าใหม่ ๆ ปีละ 1 งาน ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อตอบสนองและความต้องการให้กับลูกค้าได้มากสุด ซึ่งบริษัทเองอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด กลุ่มลูกค้า พฤติกรรมการบริโภค เพื่อจะได้ตอบโจทย์ได้ตรงเป้าหมายของลูกค้าต่อไป

Previous article“บิ๊กตู่” พบ “ทรัมป์” เจรจาเศรษฐกิจ-การเมืองโลก
Next articleโรงงานภาคกลางไฟตกดับบ่อย เอกชนสบช่องร้องรัฐกลางวงครม.สัญจร