ปลดล็อกเฟส 4 “กิจการเสี่ยง” เฮ จับจ่ายสะพัด-โรงเบียร์รอเก้อ

Photo by Romeo GACAD/AFP

ธุรกิจเฮปลดล็อกเฟส 4 เลิกเคอร์ฟิว หอการค้าไทยชี้จับจ่ายสะพัด 200 ล้าน/เดือน ร้านอาหารโล่งอก ขายเหล้า-เบียร์ได้ ซัพพลายเชนรับอานิสงส์ อีเวนต์โอดอยู่ยาก ศบค.เข้ม 5 ตร.ม./คน ขอรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขเหลือ 1 ตร.ม./1 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธาน มีมติเห็นชอบยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว และผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมระยะที่ 4 หรือธุรกิจ กลุ่มเสี่ยง (สีแดง) อาทิ การแข่งขันชกมวย หรือสนามมวย แต่ห้ามมีผู้ชม ขณะที่การจำหน่ายสุราในร้านอาหาร อนุญาตให้ดื่มภายในร้านอาหารได้ ยกเว้นโรงเบียร์ ผับ บาร์ อาบอบนวด คาราโอเกะ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ศบค.ยังรับหลักการแนวทางการเปิดประเทศเพื่อท่องเที่ยวอย่างจำกัด (travel bubbel) ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอนั้น แต่ให้กลับไปศึกษาในรายละเอียด วิธีการ และมาตรการ กลับมานำเสนอโดยเร็ว เพื่อผ่อนคลายทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวต่อไป

โรงเรียนไม่เกิน 120 คน

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า ถึงวันนี้ (12 มิ.ย.) ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในประเทศรวม 18 วัน อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ ศบค.กล่าวว่า ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะยังมีการพูดถึงโอกาสเกิดการระบาดระลอกที่ 2 และสำหรับมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 ประกอบด้วย การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ สำหรับการเรียน การสอน อบรม สัมมนา ในรูปแบบวิถีใหม่ ดังนี้ 1.การใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนประเภทนานาชาติ หรือสถาบันการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ และโรงเรียนนอกระบบ ประเภทกวดวิชา 2.การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในระบบที่มีนักเรียนรวมทั้งโรงเรียน ไม่เกิน 120 คน 3.การใช้อาคารสถานที่ของหน่วยงานราชการและหน่วยงานในกำกับของรัฐเพื่อการอบรม สัมมนาในหลักสูตรฝึกอบรมที่หน่วยงานจัดขึ้น

อีเวนต์-คอนเสิร์ตห่าง 1 ม.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กิจการและกิจกรรมที่ผ่อนคลายระยะที่ 4 ในส่วนของกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ได้แก่ 1.การจัดการประชุม การอบรม การสัมมนา การจัดนิทรรศการ งานพิธี การจัดเลี้ยง การแสดงดนตรี นาฏศิลป์ คอนเสิร์ต หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในโรงแรม โรงมหรสพ ห้องประชุม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า โรงภาพยนตร์ หรือในสถานที่อื่น ๆ โดยประชุม อบรม สัมมนา คิดเกณฑ์ 4 ตร.ม./คน จัดเลี้ยง งานอีเวนต์ เปิดตัวสินค้า ประกวด แข่งขันกีฬา ระยะนั่ง-ยืนห่าง 1 เมตร งานดนตรี คอนเสิร์ต ลดความหนาแน่น-ไร้ระเบียบ เกณฑ์ 5 ตร.ม./คน

Advertisment

2.การบริโภคสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงแรม ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มทั่วไป หรือในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และได้ผ่อนคลายให้เปิดดำเนินการอยู่ก่อนแล้วให้สามารถทำได้ ยกเว้นในส่วนของสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และโรงเบียร์ ยังไม่
อนุญาตให้เปิดดำเนินการ 3.สถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์เด็กพิเศษ สถานดูแลผู้สูงอายุ สถานที่บริการดูแล สถานที่พำนักอาศัย หรือสถานสงเคราะห์อื่นที่จัดสวัสดิการให้แก่เด็กหรือผู้สูงอายุ ซึ่งเด็กเล็ก แบ่งกลุ่มเล็ก เกณฑ์ 2 ตร.ม./คน ผู้สูงอายุ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ คัดกรองไข้ ป่วย

และ 4.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม กรณีเข้าชมเป็นกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มเล็ก เข้าชมเป็นรอบ และ 5.การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กองถ่ายทำ รวมทุกแผนกไม่เกิน 150 คน และมีผู้เข้าชมไม่เกิน 50 คน

ออนเซ็น 5 ตร.ม./คน/รอบ

สำหรับกิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ได้แก่ 1.การอบตัว อบสมุนไพร หรืออบไอน้ำแบบรวม ในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา หรือนวดแผนไทย

“ยกเว้นในส่วนของสถานประกอบกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอาบ อบ นวด ยังไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการ (เน้นให้บริการแบบแยกห้องเดี่ยว) ห้องรวม หรือบ่อออนเซ็นรวม ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการ โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการต่อรอบ คิดเกณฑ์ 5 ตร.ม./คน”

Advertisment

2.การออกกำลังกายแบบกลุ่มในสวนสาธารณะ ลานกิจกรรม พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ หรือลานกีฬากลางแจ้ง โดยการจำกัดรวมกลุ่ม คิดเกณฑ์ 5 ตร.ม./คน รวมไม่เกิน 50 คน 3.สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สวนสนุก ยกเว้นการใช้เครื่องเล่นในลักษณะที่เป็นการติดตั้งชั่วคราว หรือเครื่องเล่นที่มีพื้นผิวสัมผัสมาก ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการติดโรคในเด็ก เช่น บ้านบอล บ้านลม โดยสวนน้ำ คิดเกณฑ์ 4 ตร.ม.ต่อผู้ใช้บริการ 1 คน

4.สนามกีฬา หรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ลานเล่นกีฬา หรือเพื่อการเรียนการสอนในทุกประเภทกีฬา โดยสามารถจัดการแข่งขันและจัดให้มีการถ่ายทอดโทรทัศน์การแข่งขันกีฬาได้ แต่ต้องไม่มีผู้ชมอยู่ในสนามแข่งขัน และผู้จัดการแข่งขันต้องดำเนินการตามขั้นตอน และวิธีการที่ทางราชการกำหนดด้วย และ 5.ตู้เกม เครื่องเล่นหยอดเหรียญที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายและตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์

ปลดล็อกเฟส 4 หนุนเงินสะพัด

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในการสัมมนาโครงการเปิดเมืองปลอดภัย ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 รับมือมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ว่า มาตรการปลดล็อกระยะที่ 4 จะทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายล็อกดาวน์ธุรกิจในระยะที่ 1-3 ที่ทำให้มีเม็ดเงินกลับเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ประมาณ 2 แสนล้านบาท/เดือน จากนี้ก็ยังคงต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิดรอบที่ 2 เชื่อว่าจากมาตรการที่เข้มงวดจะทำให้การระบาดรอบใหม่ไม่ส่งผลกระทบรุนแรง และภาคธุรกิจจะสามารถรับมือเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ประชาชนต้องจับจ่ายใช้สอยเพิ่ม ทำให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินสู่ท้องถิ่นรักษาระดับเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวลงมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งเอกชนประเมินว่าจีดีพีไทยปีนี้จะติดลบ 3-5% น้อยกว่าที่ IMF ว่าจีดีพีไทยจะติดลบ 6-7%

“การเดินหน้ามาตรการผ่อนคลายของรัฐบาลเข้าสู่มาตรการที่ 4 จะทำให้ภาคธุรกิจและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มีความคล่องตัวมากขึ้น สิ่งที่หอการค้ามองโดยเฉพาะในเรื่องของการเดินทางระหว่างประเทศ อยากจะให้มีการพิจารณาให้กับนักธุรกิจที่มาจากต่างประเทศให้สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก่อน แล้วค่อยพิจารณาให้สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไป โดยอาจจะอนุญาตให้สำหรับประเทศที่ไม่มีการแพร่เชื้อของไวรัสโควิด-19

หนุนร้านอาหารรายได้เพิ่ม

นางธนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปลดล็อกเฟส 4 ที่อนุญาตให้ลูกค้านั่งดื่มกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ บวกกับการยกเลิกเคอร์ฟิว ที่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้ จะช่วยให้ธุรกิจร้านอาหารมีทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่าสัดส่วนรายได้ของเครื่องดื่มของร้านอาหารจะมีเพียง 15-20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับผับบาร์ แต่มาตรการนี้ก็จะช่วยให้ร้านอาหารต่าง ๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น การเลิกเคอร์ฟิวจะทำให้ร้านอาหารเปิดได้นานขึ้น ลูกค้านั่งทานได้นานขึ้น นอกจากร้านจะมีรายได้เพิ่มแล้ว พนักงานก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำงานที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหญ่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า การอนุญาตให้ลูกค้าสามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงให้คนออกมาใช้จ่ายเพิ่มได้บ้าง ในแง่ของยอดขายหรือรายได้ของร้านจะมีเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง แต่คงไม่เท่ากับหรือไม่เหมือนเดิม เนื่องจากยังมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของความกังวลกับโควิด-19 เวลาการให้บริการ รวมถึงการระมัดระวังการจับจ่ายจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว และกำลังซื้อที่ไม่ดีนัก แต่ที่สำคัญ คือ การปลดล็อกดังกล่าวจะส่งผลในแง่ของการทำให้ซัพพลายเชนของธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเริ่มมีการขยับตัวเริ่ม มีความเคลื่อนไหว และจะช่วยให้วงจรเศรษฐกิจเริ่มค่อย ๆ กลับมาหมุนได้อีก

อีเวนต์โอดเงื่อนไขไม่เอื้อ

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ผู้จัดอีเวนต์รายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การคลายล็อกเฟส 4 ของทาง ศบค.ที่อนุญาตให้มีการจัดการประชุม การอบรม การสัมมนา การจัดนิทรรศการ การจัดเลี้ยง การแสดงดนตรี คอนเสิร์ต (ประชุม อบรม สัมมนา คิดเกณฑ์ 4 ตร.ม./คน) (งานเลี้ยง งานอีเวนต์ ระยะนั่ง-ยืน ห่าง 1 เมตร) (งานดนตรี คอนเสิร์ต ลดความหนาแน่น เกณฑ์ 5 ตร.ม./คน) ได้นั้น มองว่าเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ธุรกิจเกิดความลำบาก เนื่องจากไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่ละครั้งที่ค่อนข้างสูง เช่น จากเดิมการจัดงาน 1 งาน จะมีผู้เข้าร่วมงาน 5 พันคน เมื่อต้องทำตามเงื่อนไขดังกล่าวก็ต้องลดจำนวนผู้เข้าร่วมงานลงเหลือเพียง 400-500 คน เท่านั้น ทั้งนี้ ตนจึงขอเสนอให้ภาครัฐผ่อนปรนเงื่อนไขในการจัดอีเวนต์และคอนเสิร์ตใหม่เป็น 1 ตร.ม.ต่อ 1 คน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจอีเวนต์สามารถประคับประคองให้อยู่รอดได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้