‘บี.กริม’ผุดโรงไฟฟ้าไฮบริด เช่าที่100ไร่ ป้อนอู่ตะเภาจ่ายไฟ95MW

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์

บี.กริมลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ 100 ไร่ ผุดโรงไฟฟ้าไฮบริด สัญญายาว 29.6 ปี ป้อนสนามบินอู่ตะเภา เมืองการบิน เฟสแรก 3,800 ล้าน ตั้งเป้าจ่ายไฟ 95 เมกะวัตต์ปี 2567

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บี.กริม กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็นในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก สำหรับสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งใหม่แห่งอนาคตที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่าโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน (hybrid power plant) สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกถือว่ามีเทคโนโลยีทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้ผสมผสาน 3 ระบบ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ กับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดกําลังการผลิตติดตั้งรวม 95 MW และระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ ขนาด 50 MW ชั่วโมง สำหรับมูลค่าการลงทุนเฟสแรก 3,800 ล้านบาท คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR) เข้าภาครัฐไม่ต่ำกว่า 12% พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2567 และอนาคตมีแผนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 20 เมกะวัตต์

“โครงการนี้ China Energy Engineering Corporation หรือ Energy China บรรษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากจีนที่สนับสนุนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า hybrid และ Korea Electric Power Corporation หรือ KEPCO บรรษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากเกาหลี สนับสนุนระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ และยังมี Siemens จากเยอรมนี สนับสนุนเทคโนโลยี gas & steam turbine สำหรับระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่มั่นคง ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพสูง”



ส่วนอัตราค่าไฟครั้งนี้จะขายในราคาเท่ากับในนิคมปกติ ซึ่งทาง บี.กริมใช้การลงทุนเป็นค่าเช่าไม่ได้ใช้จ่ายค่าที่ดิน และจากที่ บี.กริมได้รับใบอนุญาตเป็นชิปเปอร์นำเข้า LNG มีการลงทุนระยะยาว มีโมเดลพร้อม จีนและเกาหลีเป็นพาร์ตเนอร์ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นข้อดีคล้าย G to G เพราะเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการก่อนจึงได้เปรียบ

นางปรียนาถกล่าวถึงแนวโน้มผลประกอบการปี 2563 ว่า แม้ว่าคาดการณ์รายได้รวมจะเติบโต 10% ลดลงจากเดิมที่วางไว้ 10-15% จากปีก่อน ตามปริมาณการขายที่ลดลง แต่ก็คาดว่ากำไรจะเติบโตประมาณ 10-15% จากปีก่อน หลังจากราคาก๊าซ ซึ่งเป็นต้นทุนโรงไฟฟ้าปรับตัวลดลง และโควิดมีผลกระทบบางโรงไฟฟ้า

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เผยว่าบี.กริมได้เปรียบ มีความเชี่ยวชาญและมีพาร์ตเนอร์ชั้นนำระดับโลก และราคาต้นทุนไม่สูง มูลค่าการลงทุนเฟสแรก 3,800 ล้านบาท ซึ่งสนามบินมี 4 เฟส ยังต้องพัฒนาไปตามอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นอีกมากในอนาคต แม้ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอ มั่นใจว่าไม่กระทบต่อแผนดำเนินการก่อสร้าง 4 ปีแล้วเสร็จสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจะเริ่มเข้ามาปลายปีหน้า


นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองเลขาธิการสายงานโครงสร้างพื้นฐานสำนักงานอีอีซี กล่าวว่า บี.กริมเช่าที่ดิน 100 ไร่ ในระยะเวลา 29 ปี 6 เดือน นับจากวันที่ 26 มิถุนายน 2563 โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2.5 ปี เพื่อพัฒนาโครงการดังกล่าว โดยอัตราค่าเช่าเป็นไปตามข้อกำหนดทั่วไป กล่าวคือผลตอบแทนมาจาก 1.อัตราเช่าพื้นที่อีอีซี 3% และส่วนแบ่งรายได้จากราคาขาย 15% ซึ่งจะพิจารณาตามอัตราการพัฒนา บี.กริมถือเป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างมีเสถียรภาพ เพราะมีการวางระบบ energy storage system รองรับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ