สุริยะ เตรียมทนายสู้คดี ชี้แจงศาล เอกชนรุมฟ้อง “แบนพาราควอต”

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แบนพาราครอต

“สุริยะ” ส่งทีมทนายสู้คดีหลังฝ่ายค้านแบนยื่นฟ้องศาลปกครอง หากแพ้ก็ไม่หวั่นเพราะประชาชนคนไทยได้ประโยชน์ เดินหน้าใช้งบฯ 1,900 ล้านบาท ลงช่วยเกษตรชุมชน ชู “บ้านบึงโมเดล” ต้นแบบใช้โดรนคุมผลผลิต

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางศาลปกครองส่งหนังสือมาถึงตน เพื่อรับทราบคำฟ้องที่ทางสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย และบริษัทเอกชนฟ้องตนข้อหาที่เห็นชอบให้มีมติการแบนสารเคมีอันตราย ประกอบด้วย สารพาราควอต และสารคลอร์ไพริฟอส จากการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งตนได้เตรียมทีมทนายความไว้เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะนำเอกสารกระบวนการลงมติที่ประชุม

ในการชี้แจงต่อศาล และยังคงยืนยันว่าการลงมติแบนดังกล่าวเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้อง แต่หากกระทรวงอุตสาหกรรมแพ้คดีการฟ้องในครั้งนี้ ก็จะยอมรับการตัดสินของศาล แต่ในทางกลับกันการแพ้คดีจะเป็นการทำให้ประชาชนชาวบ้านเองได้ประโยชน์ เพราะยังมีประชาชนเดือดร้อนอีกหลายรายที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องดูแลเช่นเดียวกับการเตรียมนำงบฯ 1,900 ล้านบาท ลงมาช่วยด้านเกษตรชุมชน”

ในขณะนี้เราต้องยอมรับว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบศาลปกครองเขาไปดูแล้วว่าได้รับผลกระทบจริงกับผู้ประกอบการต่าง ๆ และเราก็ต้องดูแลเขา ส่วนกรณีที่ 3 ประเทศ บราซิล โคลอมเบีย อเมริกา ร้ององค์การการค้าโลก (WTO) เราจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้นจะต้องรอผลการประชุมก่อนว่าออกมาเป็นอย่างไร”

สำหรับการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เน้นไปที่ 4 กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และคนว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในภาคเกษตร จึงเริ่มโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากวงเงิน 14,000 ล้านบาท ที่ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ยื่นขอจากโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลวงเงินรวม 400,000 ล้านบาทนั้น

เบื้องต้นเฟสแรก การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้พิจารณางบฯ 1,900 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการการจ้างงาน ฝึกอบรมเกษตรกร ช่วยในการแปรรูปสินค้าเกษตร การเข้าถึงเครื่องจักร เป็น 1 ใน 4 โครงการที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กำหนดไว้โดยใช้ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นบ้านบึงโมเดลนำร่อง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 4 เท่าตัว หรือเป็นวงเงินที่พื้นที่ได้ประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท

สำหรับเศรษฐกิจฐานราก หัวใจหลักคือ การผลักดันเกษตรอุตสาหกรรมซึ่งได้วางไว้ 3 ระดับคือ ระดับต้นน้ำ ที่จะเริ่มนำระบบการผลิตและบริหารจัดการในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจเกษตร นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในฟาร์ม เช่น การพัฒนาโดรนอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรในการสำรวจผลผลิต สามารถฉีดพ่นสารอินทรีย์สำหรับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของเกษตรปลอดสารพิษในพื้นที่

ส่วนการพัฒนาในระดับกลางน้ำด้วยการนำกระบวนการแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร หรือยืดอายุด้วยหีบห่อ โดยใช้เทคโนโลยี เครื่องจักรกล และนวัตกรรมการแปรรูปที่มีประสิทธิภาพ และระดับปลายน้ำ เป็นการดำเนินธุรกิจขยายช่องทางการตลาด รวมถึงตลาดออนไลน์ที่มอบหมายให้ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 หรือ Industry Transformation Center (ITC 4.0) ในทุกภูมิภาคเป็นตัวเร่งดำเนินการ

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า บ้านบึงโมเดลได้เริ่มการใช้โดรนในพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ เพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรแบบอัจฉริยะ และเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชั่น Agricultural Machinery Services on Demand หรือ AMAS (อะ-มัส)เพื่อรวบรวมผู้ให้บริการทางการเกษตรซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีเครื่องจักรกลสมัยใหม่ที่เป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรในการลดต้นทุนด้านเครื่องจักรกลและค่าบำรุงรักษา และยังช่วยให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตรงเวลาและเร็วขึ้น

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ