“เอ็กซอน” ต่อสาย “สุริยะ” ทบทวนแผนลงทุน 3 แสนล้าน ใน EEC

ERIC PIERMONT / AFP

“สุริยะ” เผย “เอ็กซอน โมบิล” ติดต่อกลับลุ้นทบทวนแผนลงทุนใหม่อีกครั้งหลังชะลอไม่มีกำหนด ปลื้ม 8 เดือน EEC ยอดลงทุนกว่าแสนล้านบาท ลั่นปัญหาการเมืองของไทยขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจเหตุนักลงทุนพร้อมเดินหน้า EEC ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่โควิด-19 มีทำลงทุนอาจชะลอตัวไปบ้าง แต่การลงทุนแนวโน้มเริ่มทยอยฟื้นตัว
             
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา EEC GO จัดโดยเครือกรุงเทพธุรกิจ ว่า จากการที่ไทยมีศักยภาพทั้งด้านภูมิศาสตร์และการดูแลป้องกันโควิด-19 เป็นอย่างดีติดอันดับต้นๆ ของโลก จึงเชื่อมั่นว่าจะเป็นแรงดึงดูดในการเข้ามาลงทุนในระยะยาว ซึ่งล่าสุด ทางทีมที่ปรึกษาของบริษัท เอ็กซอน โมบิล เคมิคอล ได้ติดต่อมายังกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะหาแนวทางทบทวนแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในไทย

เกี่ยวกับโครงการลงทุนส่วนขยายโรงงานปิโตรเคมี หรือโรงแครกเกอร์สำหรับผลิตปิโตรเคมี มูลค่า 300,000 ล้านบาท ในอีอีซีอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ต้องชะลอการศึกษาความเป็นไปได้ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ส่วนจะเดินหน้าหรือไม่อย่างไรคงต้องรอคำตอบที่ชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การเมืองไทยที่มีการชุมนุมในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจการเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มองการเมืองไทยเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจมากสุดคือการระบาดโควิด-19 ที่กระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้นักลงทุนเองบางส่วนยังคงเฝ้าติดตามใกล้ชิด โดยรัฐบาลยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน การชักจูงการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมในอีอีซีอย่างต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง

ที่ผ่านมารัฐบาลได้ขับเคลื่อนอีอีซี 3 ระยะขั้นที่ 1 เป็นการที่รัฐบาลเตรียมการวางกลไกที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการออกพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2561

ขั้นที่ 2 เป็นการเตรียมการวางโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความชัดเจนให้เห็นเป็นรูปธรรมใน 5 โครงการหลักทั้ง รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เมืองการบินภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ฯลฯ

ส่วนขั้นที่ 3  เป็นเรื่องการชักจูงการลงทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งเน้นการพัฒนา “อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ อุตสาหกรรม S-Curve” โดยได้ร่วมกับ BOI ดึงดูดการลงทุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นได้จากตัวเลขการขอรับส่งเสริมการลงทุน

ล่าสุด ในพื้นที่ EEC พบว่า ในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม 2563 มีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 277 โครงการ เงินลงทุนรวม 106,300 ล้านบาท โดยมูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC คิดเป็น สัดส่วนสูงถึง 51% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ