โรงงานแห่ผุด “รพ.สนาม” จี้ตรวจ “แรงงานนอกประกันสังคม”

สมุทรสาคร ศูนย์รับผู้ติดเชื้อ วัฒนาแฟคทอรี่3

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่ลุกลามขยายวงออกไปถึงจังหวัดต่าง ๆ ได้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจาก “แรงงานต่างด้าว” หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้จัดทำข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของประเทศไทย ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของประเทศไทย

กำหนดนโยบายใช้มาตรการเชิงรุกในการคัดกรองและตรวจสอบแรงงาน ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการต่าง ๆ โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งจากกระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่ควบคุมสูงสุด ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการตรวจสอบและคัดกรองที่มีความเสี่ยงมีความ
คืบหน้าเป็นอย่างมาก

จี้ตรวจแรงงานนอกประกันสังคม

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์แรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า โรงงานที่สมุทรสาครมีจำนวน 11,500 โรงงาน เป็นแรงงานต่างด้าวประมาณ 4 แสนราย

ซึ่งในจำนวนนี้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมประมาณ 1.8 แสนราย ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมระบุว่า จำนวนผู้ที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมในสมุทรสาครมีจำนวน 4 แสนราย เป็นคนไทยประมาณ 2 แสนราย แต่ยังมีแรงงานอีกประมาณ 2.8 แสนราย ที่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคม ประกอบอาชีพอิสระหรือผู้ประกอบการไม่นำแรงงานเข้าไปอยู่ในระบบ ซึ่งกลุ่มนี้อาจไม่มีการตรวจ และอาจจะเป็นผู้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด

ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่ดูแลพิจารณาคัดกรองตรวจสอบแรงงานกลุ่มนี้ด้วย พร้อมทั้งระบุรายชื่อโรงพยาบาลที่อนุญาตให้มีการตรวจคัดกรอง และราคากลาง เพื่อให้เอกชนรายกลาง รายเล็กที่มีแรงงานนอกระบบประกันสังคมแต่ถูกกฎหมายสามารถตรวจสอบ เพื่อคัดแยกกลุ่มเสี่ยงออกมาให้ได้โดยเร็ว

นายผณิศวร ชำนาญเวช นายกกิตติคุณสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สมาชิกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมีจำนวน 50 ราย และใน จ.สมุทรปราการมี 20 ราย ล่าสุดได้ตรวจสอบและคัดกรองแรงงานแล้วหลายโรงงาน เช่น ไทยยูเนี่ยน

นอกจากนี้ยังมีบริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น, มารีนโกลด์ โปรดักส์ และไทยรอแยลฟรอเซนฟู๊ด พร้อมจัดตั้งศูนย์ห่วงใยผู้ที่เฝ้าดูอาการรองรับผู้ป่วยประมาณ 1,000 เตียง โดยแรงงานที่ขึ้นทะเบียนในกลุ่มนี้มีประมาณ 100,000 คน การที่ประกันสังคมมีมาตรการช่วยเหลือก็เป็นสิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้เอกชนรายย่อยต้องการที่จะตรวจสอบแรงงานได้มากขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

ส.ทูน่าไม่รอช้าผุด รพ.สนาม

นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เปิดเผยถึงการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบและคัดกรองแรงงานมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ซึ่ง 16 บริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมและอยู่ในพื้นที่สมุทรสาครมีการคัดกรองเกือบครบแล้ว

จากก่อนหน้านี้ที่บริษัทพัทยาฟู้ดได้นำร่องตรวจสอบเชิงรุก พร้อมทั้งสร้างโรงพยาบาลสนาม 300-400 เตียง เนื่องจากผู้ที่ได้รับการตรวจสอบว่ามีความเสี่ยงกว่า 90% ติดเชื้อแต่ไม่พบอาการ จึงต้องแยกกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ 10-14 วัน ซึ่งจนถึงขณะนี้รักษาหายและเริ่มทำงานได้แล้ว

ล่าสุดมีโรงงานทูน่า 2-3 โรงงาน ได้เตรียมสร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 500-600 เตียง ของแต่ละโรงงาน ซึ่งรวมแล้วจะรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 2,000 เตียง ใช้งบประมาณ 40-50 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาชิกสมาคม ทั้งห่วงโซ่การผลิตมีจำนวน 40 บริษัท โดยหากแยกเฉพาะโรงงานทูน่ามีจำนวน 20 บริษัท ซึ่งทั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ทางภาคใต้

ดันส่งออกทูน่าโต 7%

“การจัดการที่ดีจะทำให้ลูกค้าจากต่างประเทศเกิดความมั่นใจกับสินค้าไทย ซึ่งในแต่ละปีมีมูลค่าการส่งออกทูน่าและอาหารสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยต่อปีส่งออกอยู่ที่ 120,000 ล้านบาท โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลจากสมุทรสาครต่อปี
ก็เฉลี่ย 3 แสนล้านบาท”

“ซึ่งล่าสุดยอดส่งออกปี 2563 เฉพาะทูน่ามีมูลค่า 86,000 ล้านบาท ขยายตัว 7% เอกชนต้องการช่วยให้มีการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และช่วยหยุดการแพร่เชื้อ และให้สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายว่าปี 2564 การส่งออกจะขยายตัวได้ 5%”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ