ผุดไทยยูเนี่ยนไลฟ์ ไซเอนซ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์กัญชา Q3

“ไทยยูเนี่ยน ไลฟ์ไซเอนซ์” บริษัทลูกทียูลุยธุรกิจวิทยาศาสตร์สุขภาพ จ่อลอนช์ “ผลิตภัณฑ์กัญชา” ตัวแรก คาดรับรู้รายได้ปลายไตรมาส 3

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือทียู เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม บริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการบริหาร ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ให้จัดตั้งบริษัท ไทยยูเนี่ยน ไลฟ์ไซเอนซ์ จำกัด เพื่อการประกอบธุรกิจผลิต จัดจำหน่าย และวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ และสินค้าอื่นใดเกี่ยวกับสุขภาพและเทคโนโลยีชีวภาพ

ธีรพงศ์ จันศิริ
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือทียู

โดยมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท จำนวนหุ้นสามัญ 3 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ซึ่งมีบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 2,855,997 หุ้น หรือร้อยละ 95.20 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และมีผู้บริหาร 3 รายรวมกันถือหุ้น 144,003 หุ้น หรือร้อยละ 4.80 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ทั้งนี้ เงินลงทุนในบริษัทดังกล่าวมาจากใช้เงินทุนหมุนเวียนในบริษัท และการลงทุนในบริษัทที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ มีขนาดรายการคิดเป็น 0.20% ของสินทรัพย์รวมตามงบการเงินรวมของบริษัท

รายงานข่าวระบุว่า ทียูมองถึงโอกาสเติบโตของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่างธุรกิจไลฟ์ไซเอนซ์ ทั้งยังได้มีการมุ่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง หรือ high value product มาอย่างต่อเนื่อง

โดยมีศูนย์นวัตกรรม (GIC) ซึ่งมี ดร.ธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารบริษัท ไทยยูเนี่ยน ไลฟ์ไซเอนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มด้านนวัตกรรม ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เป็นหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาสินค้านวัตกรรม


โดยมีสินค้าที่พัฒนาออกมาและจดสิทธิบัตรในไทยและต่างประเทศหลายรายการ ยกตัวอย่าง เช่น ล่าสุดได้มีการเปิดตัวสินค้า ผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า หรือ UniQTM เข้าสู่ตลาด และยังมีสินค้าน้ำมันปลาทูน่าด้วย โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างรายได้เพิ่มจากส่วนประกอบของทูน่า หรือ coproducts สูงกว่าเดิมถึง 48 เท่า หากผลิตเป็นอาหารทั่วไปก็จะมีราคาแค่ 0.7-2 เหรียญต่อกิโลกรัม แต่หากสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่ธุรกิจยาได้ จะมีรายได้มากกว่า 100 เหรียญต่อกิโลกรัม

แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทใหม่นี้จะเป็นการแยกพอร์ตรายได้ออกมาอีกพอร์ตหนึ่ง จะแตกต่างจากไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ ซึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้า B2B แต่บริษัทใหม่จะเน้นกลุ่มลูกค้า B2C คือทำตลาดสินค้าไลฟ์ไซน์ ตรงถึงผู้บริโภค เป็น high value product โดยจะนำผลิตภัณฑ์จาก GIC มาต่อยอดทำตลาด ในทุกช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในและต่างประเทศด้วย

เน้นสินค้าเกี่ยวกับ supplements medical foods medical devices และ biotechnology โดยเตรียมเปิดตลาดสินค้าแรกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชามาวางตลาดก่อน ซึ่งน่าจะเห็นภาพรายได้กลับมาในช่วงปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ปีนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ