แห่ช็อปตุนเพิ่ม 30% “พาณิชย์” ถกเอกชน ยันสินค้าไม่ขาดตลาด 

พาณิชย์ถกผู้ประกอบการ ยอมรับประชาชนซื้อของใช้อุปโภคบริโภคต่อครั้งเพิ่ม 20-30% จากวิกฤตโควิด หวังลดความถี่เข้าห้าง พร้อมหันช็อปออนไลน์มากขึ้น ด้านผู้ผลิตมั่นใจสินค้าไม่ขาดตลาด พร้อมเติมสต็อก หากพบการจำหน่ายผิดปกติร้องสายด่วน 1569

วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 ที่ยังมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมีประชาชนจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ทางกรมฯได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณสินค้าและการจำหน่ายกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ และผู้ผลิต พบว่า ประชาชนจะซื้อสินค้าในร้านโชว์ห่วยหรือ ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ส่วนห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่จะซื้อสินค้าในกลุ่มอาหาร ซอสปรุงรส อุปกรณ์ประกอบอาหาร และของใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นประมาณ 20%-30% 

เนื่องจากลดจำนวนครั้งในการซื้อลง แต่เพิ่มปริมาณในการซื้อแต่ละครั้ง และส่วนหนึ่งได้หันไปสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ ของทางห้างและแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ เพิ่มขึ้น 

สำหรับสถานการณ์ด้านปริมาณสินค้าห้างค้าปลีก ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อยืนยันว่ามีการเตรียมสต็อกสินค้าไว้อย่างเพียงพอ และได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมสินค้าอย่างต่อเนื่อง 

“สินค้าหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หน้ากากทางเลือก และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือยังคงมีปริมาณมากและเพียงพอ ซึ่งในส่วนของผู้ผลิตสินค้ายืนยันว่ายังคงสามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามปกติ โดยมีสัดส่วนการจำหน่ายผ่านร้านท้องถิ่นและร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากโครงการของรัฐบาลทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าท้องถิ่นสามารถยังคงอยู่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้” 

อย่างไรก็ตาม หากความต้องการเพิ่มขึ้นผู้ผลิตยังคงมีสต็อกที่สามารถจัดส่งและเพิ่มกำลังผลิตได้อีก จึงมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน


พร้อมกันนี้กรมฯ ได้ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกค้าส่งให้ตรึงราคาและต้องจำหน่ายหน้ากากอนามัยไม่เกินกว่าราคาที่กำหนด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพอไม่จำเป็นต้องกักตุนและขอให้จัดซื้อตามที่จำเป็น 

ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควรหรือมีการกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ ประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้าโดยไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ