กนอ.ดึง 5 บิ๊กตั้ง SMEs-ITC นำร่องนิคมแหลมฉบังช่วยจับคู่ธุรกิจ

กนอ.ดึง 5 บิ๊กธุรกิจ “อมตะ-WHA-ปิ่นทอง-ไทยซัมมิท-โพเอ็มโกบอล ลงขันตั้ง “SMEs-ITC” ใน EEC ผลักดัน ยกระดับ SMEs เป็นซัพพลายเชนเชื่อมรายใหญ่ จ่อเปิดอีก 8 นิคม

นายวีรพงษ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า วันที่ 21 พ.ย. 2560 นี้ กระทรวงอุตสาหกรรม กนอ. ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมลงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)เพื่อเปิดศูนย์บริการ SMEs Industrial Transformation Center หรือ SMEs-ITC ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน 5 ราย ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง, บริษัท ไทยซัมมิท กรุ๊ป และบริษัท โพเอ็มโกบอล จำกัด ด้วยเงินลงทุน 8 ล้านบาท

เป้าหมายเพื่อใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้ในรูปแบบของ coworking space ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ (expert network) และแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญ (expert pool) สำหรับเป็น big brother ส่งเสริมและพัฒนาสร้างโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ startup สามารถยกระดับและเติบโตก้าวสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

โดยศูนย์ SMEs-ITC มีหน้าที่เป็นเอาต์เลต จะเริ่มเปิดให้บริการนำร่องไปก่อนที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นที่แรก โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุดสำหรับ SMEs ที่อยู่ใน EEC เป็นโอกาสให้รายใหญ่พบรายเล็กของจริง ในอนาคต SMEs ไทยสามารถเข้าไปเป็นซัพพลายเชนให้กับผู้ผลิตรายใหญ่ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้

“เอกชน 5 รายที่ร่วมกันตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา เพราะ กนอ.ต้องการให้เอกชนมาช่วย SMEs อย่างไทยซัมมิทฯ มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังอยู่แล้ว มีประเภทกิจการหลากหลาย เช่น ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่จะส่งคนมาช่วยให้คำปรึกษา กลุ่ม WHA และอมตะฯ มีนิคมเป็นของตัวเอง ลูกค้าจำนวนมาก นักลงทุนเหล่านั้นยังต้องการหาซัพพลายเชนที่เป็น SMEs”

ซึ่งศูนย์ SMEs-ITC เริ่มนำร่องพื้นที่แรกที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ด้วยการให้บริการ 1.พื้นที่อำนวยความสะดวกในการทำงาน (coworking space) 2.แหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญทุกอุตสาหกรรม (experts pool) 3.ศูนย์รวบรวมความรู้ (knowledge center) 4.แหล่งรวมไฟล์/เว็บเพื่อการจับคู่ (portal for matching) 5.ศูนย์นวัตกรรม (innovation center) 6.บริการด้านทรัพยากรร่วมกัน (share resource service) 7.โปรแกรมด้านการเงิน (financial pro-gram) 8.ห้องประชุม (meeting room) 9.ห้องฝึกอบรม (training room) 10.ห้องเจรจาธุรกิจ (business lounge) 11.ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Library)

สำหรับลักษณะการทำงาน เช่น นักลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอมตะฯรายหนึ่งต้องการหาผู้ผลิตสินค้าเพื่อเป็นซัพพลายเชน โดยตั้งคุณสมบัติของงาน สินค้า และสเป็ก SMEs ที่ต้องการ จากนั้นศูนย์ SMEs-ITC จะหาบริษัทที่มีลักษณะตรงกับที่นักลงทุนต้องการ แล้วจัดเข้าโปรแกรมต่าง ๆ ที่มี เช่น อบรมว่าสินค้าดังกล่าวต้องเพิ่มกระบวนการอะไรเข้าไปให้มีศักยภาพขึ้น จากนั้นจะส่งต่อให้นักลงทุนเพื่อ SMEs จะได้หารือแนวทางร่วมธุรกิจกันต่อไป

ในทางกลับกัน กรณีที่ SMEs ในพื้นที่มีปัญหาด้านการผลิต หรือแม้แต่ต้องการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับตลาด จะใช้ศูนย์ดังกล่าวรับเรื่อง และจัดหานักลงทุนจากพาร์ตเนอร์ทั้ง 5 ราย มาร่วมกันพัฒนาตามโจทย์ ทั้งนี้ในบางกรณีที่ไม่สามารถทำได้ จะส่งเข้าไปส่วนกลาง หรือศูนย์ ITC ใหญ่ ที่กทม.

นอกจากนี้ ในอนาคต กนอ.ได้เตรียมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอื่น ๆ รวมทั้งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) อีก 9 แห่ง เดินหน้าสานต่อนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาและสนับสนุน SMEs และ startup ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแบบเดียวกัน โดยเริ่มทยอยนำร่อง ได้แก่ 1.นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน 2.นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา 3.นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง 4.นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ 5.นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 6.นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ (ฉลุง) จ.สงขลา และในส่วนพื้นที่ SEZ 7.นิคมอุตสาหกรรมสะเดา จ.สงขลา 8.นิคมอุตสาหกรรมแม่สอด จ.ตาก 9.นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว จ.สระแก้ว”

Previous article“พาราควอต” ได้ไปต่ออีก 6 ปี อุตฯโบ้ยเกษตรไม่มีผลวิเคราะห์อันตราย
Next articleแชร์ลูกโซ่ลงทุนบิตคอยน์ระบาด “แบงก์ชาติ” เตือนเสี่ยงสูญเงิน