ปิดฉาก AEM 53th ส่งไม้ต่อผู้นำอาเซียนฟื้นเศรษฐกิจหลังโควิด

การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 53 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เพิ่งปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

แน่นอนว่าประเด็นหลักในการหารือครั้งนี้ “บรูไน” ในฐานะเจ้าภาพหลักเน้นย้ำถึงความสำคัญในการวาง “แนวทางการรับมือและแก้ไขปัญหาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19”

โดยมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคให้กลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเดินหน้าดำเนินงานตามแผนงานด้านเศรษฐกิจ AEC Blueprint 2025 ที่เหลืออีกเพียง 4 ปี

หลังจากนี้ “ข้อสรุป” ทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อผู้นำในการประชุมสุดยอดผู้เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Summit) ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ในการประชุมครั้งนี้ “นายสรรเสริญ สมะลาภา” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจากระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นหัวหน้าผู้แทนไทย ย้ำว่า

อาเซียนได้หารือถึงประเด็นสำคัญที่จะส่งผลต่อการขยายตัวของการค้า การลงทุน และการลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อขับเคลื่อนแผนงาน AEC Blueprint 2025 ตลอดจนหารือกับภาคเอกชนถึงการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19

ทั้งนี้ สมาชิกอาเซียนยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ถึงแม้หลายประเทศจะประสบกับผลกระทบจากโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา จนทำให้ในการประชุม AEM ครั้งนี้ ได้มีการหารืออย่างเข้มข้นเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

ซึ่งนำมาสู่บทสรุปว่าอาเซียนจะต้องร่วมมือกัน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สู่ความเป็นดิจิทัล (digital transformation) เพื่อทำให้อาเซียนฟื้นตัวจากผลกระทบที่เกิดขึ้น

และยังได้เห็นชอบการ “ขยาย” บัญชีรายการสินค้าจำเป็น (essentialgoods) ที่จะต้องไม่ใช้ข้อจำกัด การส่งออกระหว่างกัน จำนวน 107 รายการ ครอบคลุมสินค้าอาหารและสินค้าเกษตร

เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในช่วงโควิด-19 ซึ่งไทยในฐานะผู้ส่งออกสินค้าได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน อาเซียนยังได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางสนับสนุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าทางเรือ ซึ่งไทยเห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนควรให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า

รวมทั้งใช้ประโยชน์จากระบบการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกรรมทางการค้า

ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ จะช่วยส่งเสริมการค้าและดึงดูดบริษัทสายเรือเข้ามาในภูมิภาค และอาจช่วยให้ค่าระวางเรือในภูมิภาคกลับมาอยู่ในระดับปกติได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่ประชุมยังเห็นพ้องที่จะเร่งกระบวนการภายในประเทศ เพื่อให้สามารถบังคับใช้ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)” ได้ในเดือนมกราคม 2565 ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูการค้าและการลงทุนของภูมิภาค

อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้หารือร่วมกับภาคเอกชนอาเซียน หรือสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ และได้ดำเนินการในปี 2564


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างสภาพแวดล้อมและการเสริมสร้างความสามารถของแรงงานในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภาคเอกชน เพื่อรับมือผลกระทบจากโควิด-19

เวทีนี้ไทยได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนใน 3 ระยะ ได้แก่ “responsiveness” การตอบสนองต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างทันท่วงที

โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกและรักษาความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทาน “recovery” การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแรง รักษาตลาดที่เปิดกว้างสำหรับการค้า การลงทุน ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่

และเพิ่มความตกลงกับประเทศที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะความตกลง RCEP และ “resilience” การยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต เร่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ไทยร่วม AEM
รับรองเอกสาร 14 ฉบับ

ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมรับรองและเห็นชอบเอกสารสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ทั้งหมด 14 ฉบับตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 เห็นชอบ ประกอบด้วย

1) กรอบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2) แผนงานในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลของอาเซียน (แผนงานบันดาร์เสรีเบกาวัน)

3) แถลงการณ์ร่วมเรื่องการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน 4) ร่างแผนงานในการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน

5) ร่างบัญชีสินค้าจำเป็น 107 รายการ6) ร่างเครื่องมือประเมินต้นทุน-ประสิทธิภาพต้นทุน มาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิก 7) ร่างภาคผนวก 7 และภาคผนวก 8 ภายใต้ความตกลงสินค้าอาเซียน

8) ร่างดัชนีการบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน 9) ร่างดำเนินการภายใต้ความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-สหรัฐ 10) ร่างแผนงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอาเซียนบวกสาม ปี 2564-2565

11) ร่างความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน-รัสเซีย 12) ร่างแผนดำเนินงานด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน-รัสเซีย 13) ร่างแผนงานภายใต้บทที่ 9 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการของความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง 14) ร่างแผนงานด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน-สหภาพยุโรป ปี 2563-2564

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ