ฝนดีข้าวนาปีทะลัก 25 ล้านตัน พาณิชย์ตะล่อม “โรงงานอาหารสัตว์” อุ้มชาวนา

ข้าว+อาหารสัตว์

ฝุ่นตลบ พาณิชย์ตะล่อมไม่จบ “อาหารสัตว์” ยอมซื้อข้าวกล้องแค่ 3 แสนตัน จากข้อเสนอโรงสี 4 ล้านตัน แถมกดราคาซื้อต่ำกว่าข้าวโพด กก.ละ 1 บาท โรงสีโวยให้ราคาต่ำเท่า “รำละเอียด” กก.ละ 10 บาทกว่า คิดเป็นข้าวเปลือก 6,700 บาท ไม่ได้ช่วยยกระดับราคา หวั่นข้าวเปลือกทะลัก 25 ล้านตัน ราคาทรุด โรงสีขาดสภาพคล่องซื้อ

รายงานข่าวจากกรมการค้าภายในระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ประชุมหารือกับตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เพื่อหาข้อสรุปประเด็นการจัดทำโครงการจัดซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ข้าวเปลือกและข้าวกล้องภายในประเทศ

โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ต้องเผชิญปัญหาต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าราคาสูงขึ้น และต้นทุนค่าระวางเรือแพง และช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงสีข้าวเพื่อให้มีสภาพคล่องในการไปซื้อข้าวนาปี ปีการผลิต 2564/2565 ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายน 2564

ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณไม่ต่ำกว่า 25 ล้านตันข้าวเปลือก จากภาวะอากาศและปริมาณฝนมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่ผลผลิตข้าวจะมีซัพพลายส่วนเกิน 4-5 ล้านตัน (ข้าวสาร) และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ลดภาระงบประมาณในการชดเชยประกันรายได้เกษตรกร

ข้าว+อาหารสัตว์

“ทางอธิบดีกรมการค้าภายในขอให้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไประดมความเห็นสมาชิก เพื่อจัดทำรายชื่อผู้สนใจจะซื้อข้าวกล้องจากโรงสีแล้วกลับมาประชุมอีกครั้ง โดยกำหนดปริมาณเป้าหมายในเบื้องต้น 3 แสนตัน ซึ่งจะเป็นการซื้อเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้ออยู่แล้วปริมาณปีละ 2 ล้านตัน แต่ปริมาณนี้ยังต่ำกว่าที่ทางโรงสีเสนอขาย 4 ล้านตัน ในการหารือรอบแรกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา”

ซึ่งที่ยังสรุปไม่ได้เป็นเรื่องราคารับซื้อและการส่งมอบ เนื่องจากฝ่ายโรงสีเสนอว่าขอให้รับซื้อข้าวกล้อง (ข้าวเจ้า) ราคา กก.ละ 12 บาท ซึ่งคิดเป็นตันละ 8,800 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่าขนส่ง แล้วคิดทอนเป็นข้าวเปลือกอยู่ที่ตันละ 8,200 บาท นั่นเป็นการช่วยยกระดับราคาข้าวเปลือก

โดยราคาตลาดปัจจุบันที่ตันละ 7,600-7,800 บาท ขยับขึ้นมาบ้างในช่วง 30 วัน แต่ไม่มากเพราะยอดส่งออกหายไป 50% อีกทั้งราคาดังกล่าวเมื่อเทียบกับต้นทุนข้าวโพดตันละ 11,500-11,700 บาท ถือว่าใกล้เคียงกับราคานำเข้าวัตถุดิบ



แต่ฝ่ายผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่ยอม โดยจะให้ราคาต่ำลงมาอีก ใช้สูตรจาก “ราคาข้าวโพด หักลบ 1 บาทต่อกิโลกรัม” เช่น ข้าวโพด กก.ละ 11.70 บาท ก็จะซื้อข้าว 10.70 บาท เท่ากับราคารำละเอียด ซึ่งเป็นบายโปรดักต์ที่ราคาถูกที่สุดของข้าว เมื่อคิดทอนมาเป็นราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ตันละ 6,700 บาท หากได้ราคานี้ ถือว่าไม่มีประโยชน์เพราะจะไม่สามารถยกระดับราคาข้าวเปลือกได้ และรัฐต้องจ่ายชดเชยอีก

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ระบุว่า ขณะนี้การจะร่วมโครงการรับซื้อข้าวกล้องเพื่อผลิตอาหารสัตว์ได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับศักยภาพของสมาชิกแต่ละราย ทางสมาคมไม่สามารถไปกำหนดแทนสมาชิกได้ ตัวเลขปริมาณที่กำหนดมาเป็นตุ๊กตายังไม่ได้ข้อสรุป การใช้ข้าวกล้องแทนสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตอาจใช้สัดส่วนแค่ 5-10%

ส่วนราคารับซื้อควรเป็นไปตามกลไกราคาที่กำหนด ซึ่งมาปีนี้ตลาดสินค้าปศุสัตว์ประสบปัญหาอย่างมาก เช่น ไก่เนื้อต้นทุนการผลิต 30-40 บาทต่อกิโลกรัม ยังขายขาดทุน และราคาหมูก็ขาดทุนอีก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ