8 บริษัท-สหกรณ์ ยื่นหนังสือถึง ประยุทธ์ ร้องจัดสรรนมโรงเรียนไม่เป็นธรรม

กระทรวงเกษตรฯ รับหนังสือข้อชี้แจงกลุ่มสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม 8 บริษัท-สหกรณ์ ได้ยื่นหนังสือ ถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฯ เพื่อร้องเรียนเรื่องการจัดสรรสิทธิการจําหน่ายนมโรงเรียนที่ไม่เป็นธรรม

วันที่ 1 มีนาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผู้แทนรับหนังสือชี้แจงจากกลุ่มสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคมนม

นำโดย นายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย และคณะ เดินทางเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือชี้แจงเหตุผลตามข้อเรียกร้องต่าง ๆ กรณีที่ผู้ประกอบการโคนม 8 บริษัท-สหกรณ์ ได้ยื่นหนังสือ ถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฯ เพื่อร้องเรียนเรื่องการจัดสรรสิทธิการจําหน่ายนมโรงเรียนที่ไม่เป็นธรรม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

โดยมี นายประยูร อินสกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับหนังสือดังกล่าว ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ จะนำเรียนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป

สำหรับประเด็นข้อเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรีให้กับกลุ่มสหกรณ์โคนมและบริษัทเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มองค์กรและกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำความผิดทุจริตคือช่วยเหลือพิจารณาให้กับผู้ร้องสามารถดำเนินธุรกิจการเลี้ยงโคนมและสิทธิจำหน่ายนมโรงเรียนปีการศึกษาหน้าและปีต่อๆไป อย่างมั่นคงเพื่อที่จะได้เป็นหลักประกันให้กับสมาชิกเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของสหกรณ์และบริษัท

Advertisment

รวมทั้งพนักงานลูกจ้างของสหกรณ์โคนมและบริษัทตลอดห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้องได้สามารถดำรงอาชีพเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ และมีขีดความสามารถในการชำระหนี้สินที่มีอยู่กับสถาบันทางการเงินจนหมดสิ้นไปโดยกลุ่ม ฯ มีปริมาณน้ำนมโคที่รับจากเกษตรกรจริงและขอยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเข้ารับการจัดสรรสิทธิและพื้นที่ในโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียนตามความเหมาะสม ดังต่อไปนี้

โดยขอให้ 8 ผู้ประกอบการ บริษัท ขอรับการจัดสรรสิทธิ์โควตานมโรงเรียน 446.487 ตัน/วัน จากปริมาณน้ำนมโคที่รับซื้อจากเกษตรกรทั้งหมด 576.24 ตัน/วัน นั้นจะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ร้องมีวัตถุประสงค์ ต้องการรับการจัดสรรสิทธิให้ตนเองและพวก จำนวนผู้ประกอบการ-บริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 43 ของโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน หรือคิดเป็นร้อยละ 77.48 ของ ปริมาณน้ำนมดิบที่ที่ตนเองอ้างว่ามีน้ำนมติบและรับผิดชอบเกษตรกร