CPF ประเดิมส่งไก่ไปซาอุฯ ครั้งแรกรอบ 18 ปี จุรินทร์คาดทั้งปีดันยอด 9.8 แสนตัน

พาณิชย์-ซีพีเอฟ ได้ฤกษ์ปล่อยขบวนตู้คอนเทนเนอร์ไก่ไทยเที่ยวแรก 30 ตู้ 600 ตันไปซาอุดีอาระเบียครั้งแรกในรอบ 18 ปี หลัง 5 โรงงานผลิตเนื้อไก่ของ CPF ผ่านรับรองมาตรฐาน SFDA คาดทั้งปีดันออร์เดอร์พุ่ง 6,000 ตัน “จุรินทร์” คาดส่งออกไก่ ปี’65 โต 7% ดันยอด 9.8 แสนตัน ลุยต่อ จัดคณะเยือนซาอุฯ เอ็มโอยูขาย 3 สินค้า “อาหารแปรรูป-ผลไม้-ยานยนต์” อีก 1 พันล้าน

วันที่ 28 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า วันนี้ (28 มี.ค. 65) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร และคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ ร่วมปล่อยตู้คอนเทนเนอร์ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ ออกจากโรงงานแปรรูปไก่เนื้อ มีนบุรี 2 ไปยังซาอุดีอาระเบีย

นับเป็นไก่ลอตแรกของไทยในรอบ 18 ปี ตั้งแต่ปี 2547 ภายหลังจากองค์การอาหารและยาซาอุดีอาระเบีย หรือ Saudi Food & Drug Authority (SFDA) ปลดล็อกมาตรการห้ามนำเข้าเนื้อไก่ ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์ไก่จากประเทศไทย ให้กับโรงงาน 11 โรงงานของไทย

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้เราตั้งเป้าหมายเพิ่มการส่งออกไก่ 7% ให้ได้ปริมาณ 980,000 ตันจากปีก่อน ที่ส่งออก 900,000 ตัน ซึ่งในจำนวน 80,000 ตันที่เพิ่มมานี้ ต้องเป็นการส่งออกไปยังซาอุดีอาระเบีย 60,000 ตัน และตลาดอื่น ๆ อีก 20,000 ตัน เป็นมูลค่า 110,000 ล้านบาท จากปีก่อน 100,000 ล้านบาท

“หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือน ก็ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ และทูตเกษตร ไปเจรจากับ SFDA หรือ อย.ซาอุฯอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้เกิดการรับรองโรงงานไก่ไทย หลังจากที่ห่างหายไป 18 ปี โดยซาอุฯได้ไปนำเข้าจากประเทศอื่น ซึ่ง 75% นำเข้าจากบราซิล ยูเครน ฝรั่งเศส ซึ่งการส่งออกนี้จึงเป็นลอตประวัติศาสตร์ จากที่เราใช้เวลาดำเนินการมาเป็นเวลาปีเศษ ๆ”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะดูแลไม่ให้ราคาไก่ปรับสูงขึ้น และไม่ให้ไก่ขาดแคลนจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

นายจุรินทร์กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการจัดคณะ Trade Mission ไปซาอุดีอาระเบีย ประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2555 เพื่อเตรียมทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งมีคำสั่งซื้อล่วงหน้า 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินค้าอาหารแปรรูป 500 ล้านบาท ยานยนต์และส่วนประกอบ 300 ล้านบาท และผลไม้ 200 ล้านบาท

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลซาอุฯได้ประกาศรับรองอนุญาตให้นำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของไทยจากโรงงาน 11 แห่ง ในจำนวนนี้ มีโรงงานของซีพีเอฟ 5 แห่ง สามารถผ่านการรับรองมาตรฐาน ประกอบด้วย โรงงานชำแหละไก่มีนบุรี  โรงงานแปรรูปไก่เนื้อมีนบุรี 1 โรงงานแปรรูปไก่เนื้อมีนบุรี 2  โรงงานชำแหละไก่สระบุรี และโรงงานแปรรูปไก่เนื้อสระบุรี

“การปล่อยขบวนตู้คอนเทนเนอร์ในวันนี้ เป็นการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ลอตแรกจาก 5 โรงงานของบริษัท 5 ตู้ ปริมาณ 100 ตัน และภายในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ผ่านผู้นำเข้ารายใหญ่ของซาอุฯ ปริมาณ 30 ตู้ รวม 600 ตัน คิดเป็นมูลค่า 47 ล้านบาท

ซีพีเอฟคาดว่าทั้งปี จะผลักดันการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ไปซาอุฯได้ 300 ตู้ ปริมาณรวม 6,000-7,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าจากการส่งออกรวม 473 ล้านบาท ผลดีจากการเปิดประตูส่งออกซาอุฯจะทำให้ยอดส่งออกในอีก 5 ปีข้างหน้า จะขยายการส่งออกไก่สดและไก่แปรรูปไปซาอุฯได้ 3,000 ตู้ ปริมาณรวม 60,000 ตัน ช่วยทำรายได้เข้าประเทศ 4,200 ล้านบาท” นายประสิทธิ์กล่าว

“บริษัทขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งให้ความร่วมมือช่วยกันประสานงาน จนสามารถฟื้นการส่งออกไก่ไทยไปยังตลาดซาอุฯได้สำเร็จ นับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถการส่งออกไก่ของไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”

สำหรับผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง และผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปของซีพีเอฟ ผ่านกระบวนการผลิตที่ผ่านการรับรองมาตรฐานในประเทศและมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด อาทิ GMP, HACCP, ISO 9001, IFS(International Food Standard), BRC (British Retail Consortium, ISO 14001 (Environment Management System) รวมถึง Thai Labor Standard TLS 8001 (มาตรฐานแรงงานไทย-มรท. 8001), ISO 45001 (Occupational Health and Safety Management Systems)

และที่สำคัญ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานตามหลักศาสนาอิสลาม หรือ Halal และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งแต่การเชือดไก่โดยพนักงานที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือการแปรรูปเนื้อไก่โดยใช้วัตถุดิบที่ไม่มีของต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง เป็นที่ยอมรับของลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลก

โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีกฎเกณฑ์ด้านสุขอนามัยสูงมาก ทั้งมาตรฐานฟาร์มและการปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์

นายประสิทธิ์กล่าวว่า ซาอุฯเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยมีประชากรมากถึง 35.6 ล้านคน เป็นประเทศที่มีสัดส่วนนำเข้าอาหารสูงที่สุดในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Corporation Council) และจะเป็นประเทศผู้นำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทยรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง การกลับเข้าสู่ตลาดซาอุฯในครั้งนี้ จะช่วยสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมไก่เนื้อของไทยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของผู้ส่งออกเนื้อไก่ไปยังซาอุฯ ได้ประมาณ 10-15% ของตลาดรวมเนื้อไก่