คณิศ ฟันธง 3 ปี ลงทุน 5G-หุ่นยนต์ใน EEC 50,000 ล้าน/ปี

EEC สานต่อความร่วมมือ “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” เร่งดึงนักลงทุนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัล หุ่นยนต์ ระบบออโตเมชั่น คาด 3 ปี เห็นเม็ดเงิน 5 แสนล้านบาท ปักหมุดใน EEC ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท/ปี

วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวว่า งาน EEC Connecting Thailand and Japan Collaboration Forum 2022 “Digitalizing & Decarbonizing in Manufacturing” ในโอกาสฉลองครบรอบ 135 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น ว่า

ไทยและญี่ปุ่นประสบผลสำเร็จหลังความร่วมมือ บริษัท บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคตอรี่ ออโตเมชั่น ประเทศไทย ในการก่อตั้ง Automation Park ที่ใช้เป็นฐานหลักในการนำระบบหุ่นยนต์และออโตเมชั่น เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาและปรับตัวไปสู่โรงงานอัจฉริยะใช้นวัตกรรมนำการผลิต ทำให้เกิดอุตสาหกรรม 4.0 ในพื้นที่ EEC

รวมทั้งได้ร่วมกับ กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) JETRO และ หอการค้าญี่ปุนกรุงเทพ (JCC) ชักจูงนักลงทุนญี่ปุ่นมา ลงทุนผลักดันการใช้ระบบหุ่นยนต์และออโตเมชั่น พัฒนา Smart Factory 4.0 ในไทย โดยสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มจธ.



ดังนั้นคาดว่าภายใน 3 ปีจากนี้ การลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล จะมีมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการลงทุน 5G ระบบหุ่นยนต์ ออโตเมชั่น ใน EEC ไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท/ปี สร้างงาน รายได้ให้คนไทย และสนับสนุนให้ภาคการผลิตของไทย มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ทัดเทียมทั่วโลก

โดย EEC ได้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2565 จะนำโรงงานอุตสาหกรรมใน EEC ทำงานร่วมกับธุรกิจที่ให้บริการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและเทคโนโลยี (System Integrators) หรือ SI พร้อมสนับสนุนให้เข้าสู่ระบบออโตเมชั่น ไม่น้อยกว่า 200 แห่ง และภายใน 3 ปีข้างหน้า (ปี 2568) ไม่น้อยกว่า 6,000 แห่ง คาดว่าไม่เกิน 5 ปี จะสามารถปรับสู่โรงงานอัจฉริยะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง Digital Manufacturing 4.0 ได้ไม่น้อยกว่า 10,000 โรงงาน

ช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงประมาณ 30% ลดอัตราการเสื่อมของเครื่องจักร ลดภาระงานช่วยประหยัดพลังงาน ยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก สร้างรายได้ให้แรงงานไทย

นายอภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC HDC กล่าวว่า นอกจากนี้ EEC ได้ร่วมมือกับหน่วยงานและภาคเอกชนญี่ปุ่นอีกด้านที่สำคัญ คือ การเร่งสร้างบุคลากรเข้ามารองรับอุตสาหกรรมนวัตกรรมขั้นสูง ซึ่งได้ตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะสามารถพัฒนาทักษะบุคลากรใน EEC (New Skill, Up-Skill, Re-Skill) ในด้าน 5G, ดิจิทัล, Network ให้ได้ไม่น้อยกว่า 50,000 คน

ปัจจุบันได้ขับเคลื่อนผ่าน EEC Automation Park ร่วมกับทางมิตซูบิชิฯ และพันธมิตรเครือข่าย ซึ่งได้อบรมบุคลากรด้านระบบออโตเมชั่นแล้วกว่า 1,000 คน และขณะนี้ได้เตรียมอบรมอยู่ในแผน ซึ่งคาดว่าภายในปี 2565 นี้ จะสามารถผลิตบุคลากรทักษะสูงด้านดิจิทัลได้เพิ่มกว่า 2,000 คน

พร้อมนี้ การพัฒนาทักษะบุคลากรด้านดิจิทัล EEC ได้ร่วมกับกรมสรรพากร ผลักดันให้ EEC Automation Park และ FIBO เป็นศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนบริจาค และหักภาษีได้สูงสุด 100 ล้านบาท


และภายในปี 2565 คาดจะสามารถขยายศูนย์ส่งเสริมฯ ได้อีก 2 แห่ง รวมทั้ง EEC ได้ขยายผลความร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำข้อตกลง “ปฏิญญาวัดไตรมิตร” เพื่อร่วมกันเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรให้ได้ตามเป้าโดยเร็

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ