สแนปอาส์ค ไทยแลนด์ ติวเตอร์ “ออนไลน์” พันธุ์ใหม่

ผลจากการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น ทำให้คนซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนต้องหาความรู้เป็นข้อได้เปรียบในการทำงาน ซึ่งการเรียนรู้เพิ่มเติมนอกห้องเรียนเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดธุรกิจติวเตอร์ขึ้นมากมายในประเทศไทย

การมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและตั้งใจพัฒนาการศึกษาไทย “ชวัล เจียรวนนท์” ซีอีโอ บริษัท สแนปอาส์ค (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมมือกับ “ทิโมธี หยู” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท สแนปอาส์ค (ฮ่องกง) จำกัด ได้นำเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ชื่อว่า Snapask (สแนปอาส์ค) มาช่วยเติมเต็มให้นักเรียนไทยเรียนรู้ได้สะดวกขึ้น เพราะเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา

“ทิโมธี หยู” กล่าวว่า การศึกษาในฮ่องกงของนักเรียนมัธยมปลายค่อนข้างมีความตึงเครียดกับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นวิชาที่ต้องนำผลคะแนนเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีเด็กฮ่องกงเพียง 17% เท่านั้นที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในแต่ละปี

“นักเรียนฮ่องกงจึงเรียนเสริมหลังเลิกเรียนกันจำนวนมาก แต่ก็ยังมีนักเรียนอีกหลายคนที่มีคะแนนไม่ดีขึ้นตามเป้า และบางคนมาขอให้ตนช่วยติวพิเศษเพิ่มเติมให้อีกด้วย ทำให้เกิดความคิดที่จะช่วยเด็กจำนวนมาก ๆ ซึ่งจากการสังเกตพบว่า ช่วงเวลาที่เด็ก ๆ ทบทวน หรือทำการบ้านเป็นเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด จึงเกิดไอเดียออกแบบสแนปอาส์คในปี 2015 โดยเป็นแอปพลิเคชั่นให้บริการเชื่อมโยงนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่ต้องการสอบถามบทเรียนและข้อสงสัยทางวิชาการกับติวเตอร์ ที่เราทำการคัดเลือกและสัมภาษณ์ จนแน่ใจว่าเป็นติวเตอร์คุณภาพที่สามารถให้คำตอบกับนักเรียนจนเข้าใจ”

ด้วยความที่เราทำสแนปอาส์คในแบบธุรกิจสตาร์ตอัพ ในช่วงแรกของการทำแอปพลิเคชั่นจึงเริ่มต้นด้วยระบบถามตอบธรรมดา แต่ต่อมาเราได้นำเทคโนโลยี machine learning ซึ่งเป็นการใช้อัลกอริทึ่มในการแยกแยะและวิเคราะห์ข้อมูล และเรียนรู้จากข้อมูลนั้น เพื่อสร้างโมเดลในการตัดสินใจหรือคาดการณ์ และใช้ artificial intelligence (AI) ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในฮ่องกงสแนปอาส์คได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะ 40% ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวและกว่า 80% มีผลการเรียนดีขึ้น ด้วยการตอบรับอย่างดีในประเทศ เราจึงมั่นใจในประสิทธิภาพและพัฒนาต่อเพื่อขยายไปอีก6 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไต้หวัน ถึงตอนนี้เรามีติวเตอร์ในสังกัดกว่า 30,000 คนในทั้ง 7 ประเทศ และมีนักเรียนที่ลงทะเบียนใช้มากกว่า 500,000 คน

จากนั้นปีที่ผ่านมาเราเริ่มศึกษาเกี่ยวกับตลาดประเทศไทย และพบว่าผู้ปกครองไทยหลายคนต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับหลักสูตรนอกโรงเรียนของบุตรหลานเฉลี่ยสูงถึง 100,000 บาทต่อปี รวมทั้งนักเรียนไทยประสบปัญหาได้รับการบ้านมากและยาก เราจึงมั่นใจว่าสแนปอาส์คจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองไทยทั้งนี้ ในอนาคตเราวางแผนไว้ว่า ในปี 2018 จะเข้าไปเปิดตลาดในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอังกฤษ ทั้งยังตั้งเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการเพิ่มในอีกกว่า 30 ประเทศ ภายในปี 2020 ด้วยมุ่งหวังที่จะขึ้นเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการศึกษานอกเวลาเรียนอันดับ 1 ของโลก

ด้าน “ชวัล” กล่าวว่า เรานำแอปพลิเคชั่นดังกล่าวมาปรับให้เหมาะกับหลักสูตรการศึกษาของไทย และพร้อมเปิดบริการ 5 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และภาษาอังกฤษ ปลายเดือน ก.พ.นี้

“เราเห็นว่าแอปพลิเคชั่นนี้ช่วยตอบโจทย์การศึกษาไทยยุค 4.0 เช่น หนึ่ง นักเรียนทุกคนในทุกพื้นที่จะได้รับการดูแลอย่างดีจากติวเตอร์ของเรา ทันทีที่นักเรียนส่งคำถามเข้ามา ระบบจะจับคู่กับติวเตอร์ที่ถนัดในวิชานั้น ๆ คำถามใน 1 นาที ซึ่งนักเรียนยังเลือกติวเตอร์คนโปรดไว้ช่วยตอบคำถามได้ด้วย”

สอง ติวเตอร์ของเราได้ผ่านระบบคัดกรอง และระบบการให้เรตติ้งโดยนักเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยการันตีคุณภาพติวเตอร์ หากติวเตอร์คนไหนมีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ก็ไม่สามารถล็อกอินมาให้บริการได้

สาม วิเคราะห์และแก้ไขจุดอ่อนของนักเรียนแต่ละคน เพราะเราพัฒนาระบบโค้ชเตรียมสอบ (exam coach) ให้นักเรียนเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ สแนปอาส์คเปรียบเป็น personal profile ที่เก็บข้อมูลเป้าหมาย วิชาที่อ่อน และระดับความรู้ไว้ ช่วยแก้ปัญหาน้อง ๆ ได้ตรงจุด

สี่ ส่งเสริมนิสัยการเรียนรู้ค้นคว้าทุกที่ ทุกเวลา

ห้า เป็นทางเลือกใหม่ด้านการศึกษาในราคาที่คุ้มค่า โดยนักเรียนสามารถทดลองใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายคนละ 2 คำถาม ขณะที่ค่าบริการจะเริ่มต้นเพียง 179 บาท ต่อ 5 คำถาม และแพ็กเกจแบบรายเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยเพียง 1,667 บาท

หก ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะผู้ปกครองหลายคนมักประสบปัญหาการสอนการบ้านให้แก่บุตรหลาน เนื่องจากหลักสูตรในอดีตกับปัจจุบันมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นสแนปอาส์คจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัวได้

เจ็ด เป็นการสร้างรายได้ให้กับนักศึกษา เพราะเราเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีผลการเรียนดี และมีความสามารถในการติว สมัครเป็นติวเตอร์ เพื่อหารายได้ระหว่างเรียนได้ประมาณ 15,000 บาท/เดือนขึ้นไป ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนงานที่น้อง ๆ ทำได้ ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างคัดสรรติวเตอร์คุณภาพจำนวนมากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแอปพลิเคชั่น สแนปอาส์คในไทย ตอนนี้มีติวเตอร์ในระบบกว่า 40 คนแล้ว เราตั้งเป้าว่าจะมีติวเตอร์ 500 คนในปีนี้

นับเป็นแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยเด็กไทยในการเตรียมสอบและทำการบ้าน ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง ตอบโจทย์การเรียนรู้นอกห้องเรียน และเพิ่มโอกาสหารายได้ให้นักศึกษาที่ต้องการเป็นติวเตอร์ออนไลน์ได้อีกด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ