สนช.แห่ค้าน ป.ป.ช.ให้ กก.สภาโชว์โปร่งใส เผยสภารามคำแหงจ่อไขก๊อกเพียบ

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับประกาศ ป.ป.ช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เพราะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจอนุมัติเกี่ยวกับการเงินน้อยมาก จะประชุมงบประมาณเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น สภามหาวิทยาลัยจึงไม่มีความเกี่ยวข้องหรือสามารถไปล้วงลูกการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยได้ โดยอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยจึงไม่ตอบสนองต่อหลักคิดเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินจริง จะมีคนเก่ง คนดี ที่มหาวิทยาลัยเชิญมาช่วยงานมหาวิทยาลัย ลาออกจำนวนมาก เพียงพอที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยได้ การที่กรรมการมหาวิทยาลัยไม่อยากยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ได้เป็นเพราะกลัว ทุกคนไม่กลัว แต่เห็นว่า เป็นการเพิ่มภาระหน้าที่ โดยไม่สมเหตุผลกับตำแหน่งหน้าที่ ส่วนกมธ.ศึกษาและกีฬาของ สนช. คงไม่เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ทั้งรัฐบาลและที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยต่างๆก็เคลื่อนไหว เพื่อหาทางออกเรื่องร่วมกับ ป.ป.ช.อยู่แล้ว


ด้านนายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ สมาชิกสนช. และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ประกาศป.ป.ช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นปัญหามาก เพราะบุคคลที่มหาวิทยาลัยเชิญมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ ทำให้เกิดความกังวล หากจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เพราะหากยื่นผิดจะมีความผิดทางกฎหมาย จึงอยากให้ ป.ป.ช.ทบทวนเรื่องนี้ คำว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ระบุอยู่ในกฎหมายลูกให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น ไม่ควรรวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นนักธุรกิจเหล่านี้ มีมุมมองประสบการณ์ ให้คำแนะนำด้านการบริหารงานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยมากมาย คนเหล่านี้ไม่มีเงินเดือน มีแค่เบี้ยประชุมเท่านั้น อย่างสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงขณะนี้ ก็มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยหลายคนเปรยๆ จะลาออก หากต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน รวมถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย สายที่เป็นอาจารย์ก็อยากยื่นลาออกด้วย ประกาศป.ป.ช.ฉบับนี้ครอบคลุมกว้างมาก แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยสงฆ์ ก็อยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน รวมถึงกรรมการสำนักงานราชบัณฑิตสภาเองก็อยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเช่นกัน ทั้งที่หน้าที่มีหน้าที่ส่งเสริมเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเลย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์