DPU จัดอันดับ 5 หลักสูตรฮิต ปี’64 เด็กไทยตื่นตัวเรื่อง AI – สิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ชี้ 5 หลักสูตรเด็กไทยเลือกเรียนมากที่สุดยุคโควิด ขณะที่สถาบันอุดมศึกษาปรับตัวพัฒนาหลักสูตรตอบโจทย์ future workforce

วันที่ 9 ตุลาคม 2564 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เผยข้อมูลการรับสมัครนักศึกษา Dek64 พบ 5 หลักสูตรที่นักศึกษาไทยให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ นวัตกรรมเทคโนโลยี ครีเอทีฟดีไซน์ บริหารธุรกิจ คอนเทนต์ออนไลน์ และสุขภาพความงาม พบปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้เด็กไทยปรับตัว มองอาชีพสำหรับอนาคต (future workforce) ด้านสถาบันการศึกษาต้องเตรียมรับมือ ปรับหลักสูตร เพิ่มทักษะสำคัญ พร้อมดึงเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบรับโลกการศึกษาใน ยุคทรานฟอร์มเต็มรูปแบบ

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ นักบริหารการศึกษา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (digital transformation) ที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาเป็นปัจจัยกระตุ้น ส่งผลให้สถาบันการศึกษาทั้งในระดับปฐมวัย ไปจนถึงอุดมศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการเรียนการสอน

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ นักบริหารการศึกษา และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน เกิดการปรับรูปแบบการสอนของอาจารย์ผู้สอน และสิ่งที่เห็นได้เด่นชัดคือ แนวคิดของนักศึกษากับการเลือกเรียนในหลักสูตรต่าง ๆ เปลี่ยนไป หันมาให้ความสำคัญกับการเรียนที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานในอนาคตมากขึ้น

จากผลการสำรวจข้อมูลการเปิดรับสมัครนักศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 (Dek64) ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พบว่า 5 หลักสูตรที่เด็กไทยหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น ประกอบด้วย

1) หลักสูตรเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (College of Innovative Technology and Engineering: CITE) โดยเฉพาะสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการจัดการเทคโนโลยีด้านการขนส่ง หรือเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคต และต้องยอมรับว่าการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) จำเป็นต้องมีทักษะในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

2) หลักสูตรครีเอทีฟ ดีไซน์ & เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี (College of Creative Design and Entertainment Technology: ANT) ทั้งการออกแบบเกม แอปพลิเคชัน แอนิเมชัน ที่ถือเป็นเทรนด์และมีการเติบโตอยู่ตลอดเวลา

3) หลักสูตรบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (College of Innovative Business and Accountancy: CIBA) หลักสูตรดั้งเดิมที่นักศึกษาให้ความสำคัญ เพราะนอกจากการมุ่งเน้นการเรียนเรื่องการบริหารและการบัญชีแล้ว ปัจจุบันยังมีการดึงนวัตกรรมเข้ามาใช้ผสมผสานในการเรียนการสอน เช่น การประมวลผลทางบัญชี การจัดเก็บข้อมูล big data เป็นต้น

4) หลักสูตรนิเทศศาสตร์ (Communication Arts: Commarts) ของ DPU ได้มีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สื่อการตลาดดิจิทัลทุกประเภทในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งการผลิตคอนเทนต์ดิจิทัล การสื่อสารการตลาดดิจิทัล เป็นต้น

5) หลักสูตรการแพทย์บูรณาการ (College of Integrative Medicine: CIM) ที่ให้ความรู้ด้านสุขภาพและความงาม ศาสตร์ชะลอวัย และโภชนาการ ถือเป็นหลักสูตรที่เด็กไทยหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันคนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ เนื่องจากปัญหาเรื่องมลพิษฝุ่นควัน การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย นอกจากนี้หลักสูตรที่เกี่ยวกับแพทย์ทางเลือกและการแพทย์แผนไทย ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน

Advertisement

ดร.ดาริกากล่าวด้วยว่า เด็กไทยมีการตื่นตัวและเลือกเรียนในสาขาที่สอดรับกับรูปแบบงานในอนาคตที่จะเกิดขึ้น มีการพัฒนาตัวเองให้ทันกับโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่มีนวัตกรรม AI เข้ามาเป็นผู้แข่งขันคนสำคัญกับมนุษย์ อีกทั้งยังพบว่าวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้นักศึกษาเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องของสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะ ภาวะโลกร้อน รวมถึงโรคระบาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

“สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องนำจุดเด่นของตัวเองมาพัฒนาหลักสูตรให้สอดรับกับความต้องการของนักศึกษา ผลิตบุคลากรให้มีคุณภาพมีศักยภาพเป็นที่ต้องการของตลาด เช่นเดียวกับ DPU ที่ได้มีการปรับการเรียนการสอนมาอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากหลักสูตรหลัก ยังได้มีการปลูกฝังทักษะ soft skills รวมถึงได้ออกแบบหลักสูตรในลักษณะการเรียนแบบโมดูล (module) เข้าไปด้วย”

“นอกจากนี้ ล่าสุดยังได้นำนวัตกรรม 5G มาใช้ในพื้นที่พร้อมปรับเป็น 5G Campus แห่งแรกของประเทศ ด้วยการจัดทำห้องเรียน Intelligent Hybrid Classroom รองรับการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งออนกราวน์และออนไลน์ พร้อมนำระบบ AI Video Analytics มาใช้ในการตรวจวิเคราะห์การมีส่วนร่วมในห้องเรียนของนักศึกษาแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สอดรับกับยุคดิจิทัลที่มาถึง”