แนวทางบริหารโรงเรียนมัธยมปี’65 เพิ่มอิสระ รับเด็ก GEN ใหม่

เปิดแนวทางบริหารโรงเรียนมัธยมสะท้อนบิ๊กร็อก 2 รับปีเสือ พร้อมส่องโมเดลการเพิ่มอิสระแบบแอ็กทีฟเลิร์นนิ่งรับเด็ก generation ใหม่

วันที่ 17 ธันวาคม 2564 คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และตัวแทนโรงเรียนมัธยมเผยแนวทางบริหารโรงเรียนมัธยมปี 2565 ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จากอิทธิพลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของคนในทุกช่วงวัย อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ทำให้เด็กและเยาวชนต้องปรับตัวกับการเรียนรู้จึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ภายในห้องเรียนหรือสถานศึกษา

แต่ว่าการเรียนออนไลน์ที่บ้านก็เผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ นำไปสู่ปัญหาที่ตามมาจำนวนมาก เช่น ขาดการมีส่วนร่วม ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนขาดสมาธิกับการเรียนผ่านจอเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง จึงนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของสถาบันการศึกษาและครูผู้สอนที่ต้องปรับระบบการศึกษาเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เปลี่ยนบ้านให้เป็นคลาสกิจกรรม

รศ.ดร.วิวัฒน์ เรืองเลิศปัญญากุล กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning หรือการสร้างการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เรียน

รศ.ดร.วิวัฒน์ เรืองเลิศปัญญากุล

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการอบรมครูผู้สอนล่วงหน้า ตั้งแต่ก่อนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ให้ครูทุกคนมีทักษะด้านเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ มีความสามารถในการจัดทำและตัดต่อสื่อการสอนรูปแบบคลิปวิดีโอเพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน (flipped classroom)

เป็นวิธีการที่ให้นักเรียนได้เรียนจากคลิปวิดีโอที่ครูผู้สอนในแต่ละวิชาเป็นผู้จัดทำด้วยตัวเองที่บ้านก่อน แล้วจึงนำประเด็นต่าง ๆ จากเนื้อหามาแลกเปลี่ยนหรือถกเถียงกันอีกครั้งในห้องเรียนออนไลน์ โดยแบ่งสัดส่วนเป็นช่วงที่ให้นักเรียนกับครูผู้สอนได้เจอหน้าและโต้ตอบกัน (synchronous learning) ออกเป็นร้อยละ 70 และอีกร้อยละ 30 คือช่วงเวลาที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบสื่อการเรียนการสอน (asynchronous learning) ซึ่งโรงเรียนได้ทำแบบสอบถามความคิดเห็นจากนักเรียนเป็นประจำทุกเดือน เพื่อนำผลตอบรับจากนักเรียนมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา

“แม้จะมีเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาสนับสนุนการเรียนรู้ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน แต่อีกเรื่องที่โรงเรียนให้ความสำคัญ คือ ทัศนคติของครูที่ต้องเคารพความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน เพราะนักเรียนแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้ ความรวดเร็วในการเรียนรู้ และความสนใจที่แตกต่างกัน

รวมทั้งทีมผู้บริหารสถานศึกษาที่ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและสร้างบรรยากาศในการจัดการเรียนการสอน สนับสนุนให้ครูและนักเรียนอยู่ในบรรยากาศที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ จัดหาอุปกรณ์และสรรหาบุคลากรเพื่อรองรับการเรียนการสอนภายใต้บริบทที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันให้การเรียนการสอนคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพมากที่สุด”

ปรับครูเป็นโค้ช

การปรับบทบาทจากผู้ที่ถ่ายทอดเนื้อหาตามหลักสูตรอยู่ฝ่ายเดียวสู่การเป็นโค้ช (coach) ที่มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนมีส่วนร่วม เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ในทุกขั้นตอน โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตจริง และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

“แม้ว่ามีสถานศึกษาหลายแห่งนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวมาปรับใช้บ้างแล้ว แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบต่อไป เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาของสังคมโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง” รศ.ดร.วิวัฒน์กล่าว

อย่างไรก็ดี กระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง ถือเป็นหนึ่งในภารกิจการปฏิรูประบบการศึกษาไทยของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ได้กำหนดกรอบการปฏิรูประบบการศึกษาไทยเชิงนโยบายด้านการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 หรือ “บิ๊กร็อกที่ 2” ที่มีเป้าหมายให้ผู้เรียนในทุกระดับชั้นเป็นผู้มีความรู้และทักษะในการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก

ส่วนหนึ่งของตัวอย่างความสำเร็จ คือ โมเดลในการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผ่านโรงเรียนต้นแบบ 30 โรงเรียนที่นักเรียนสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นกว่า 1,500 นวัตกรรม และกำลังเร่งขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ให้ครอบคลุมสถานศึกษาทั่วประเทศโดยเร็ว

Think-Pair-Share เติมเต็มการเรียนรู้

วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์

ด้านโรงเรียนเอกชน นางวราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและมาตรฐานคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้เปิดเผยว่า ได้เริ่มนำรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning มาปรับใช้ตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ครูผู้สอนมีประสบการณ์และสามารถนำมาปรับใช้กับการสอนรูปแบบออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

โดยยึดแนวคิดสำคัญของการสร้างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม คือ “เต็มใจเรียนรู้” และ “สนุกกับการมีส่วนร่วม” การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานเป็นฐาน (project based learning) และการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (problems based learning) ถูกนำมาใช้ในกลุ่มการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติจริงจากกิจกรรมการทดลอง ซึ่งสามารถทำได้เองที่บ้านโดยยึดจากเรื่องรอบตัวในชีวิตประจำวันที่นักเรียนสนใจ

ส่วนครูผู้สอนมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และปรับความยากง่ายของโจทย์ให้เป็นไปตามระดับชั้น นอกจากนี้ โรงเรียนยังใช้การจัดการเรียนการสอนแบบสะท้อนคิด (Think-Pair-Share) และการจัดการเรียนการสอนที่เน้นแบบร่วมมือ (collaborative learning group) ด้วยกิจกรรมการแบ่งกลุ่มหรือจับคู่ให้นักเรียนได้พูดคุยถึงประเด็นปัญหาที่แต่ละคนสนใจ และนำมาร่วมกันคิดวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบและนำเสนอร่วมกันในชั้นเรียน วิธีการนี้ทำให้นักเรียนได้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด และมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างเท่าเทียม รวมถึงเพิ่มทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย


“ในระยะแรกครูผู้สอนอาจยังมีความกังวล เนื่องจากไม่คุ้นชินกับการปรับการเรียนการสอน ทางโรงเรียนได้ใช้วิธีการ peer coaching หรือเพื่อนช่วยเพื่อน ให้เพื่อนครูในกลุ่มสาระในช่วงวัยเดียวกันคอยนิเทศการสอนเพื่อพัฒนาครูร่วมกัน ทำให้การสอนมีประสิทธิภาพมากที่สุด นอกจากนี้ โรงเรียนยังได้เห็นความสำคัญของความคิดเห็นจากนักเรียน ซึ่งนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการนำไปปรับปรุงวิธีการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนที่มีความกล้าแสดงออกและสามารถเสนอแนะถึงวิธีการสอน รวมทั้งเสียงจากผู้ปกครองที่ช่วยเสนอแนวคิดใหม่ ๆ มาโดยตลอด เพื่อร่วมกันพัฒนาการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการเรียนรู้ร่วมกันต่อไป”