Didi Chuxing – Xiaomi หลบไป 5 สตาร์ทอัพสุดแหวกในจีน ขอพื้นที่แจ้งเกิด

“ซิลิคอนวัลเลย์” แห่งซานฟรานซิสโก คือ “แหล่งสตาร์ตอัพ” ศูนย์รวมบริษัทเทคโนโลยีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของโลก และมีการแข่งขันมากมายแต่ยังไม่มีใครขึ้นมาแทนที่ได้

แต่แล้วสตาร์ทอัพจีนที่กำลังแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก กำลังกลายเป็น “คู่แข่ง” ที่น่ากลัวที่สุดของสหรัฐ เมื่อหนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2010 ที่มี “สตาร์ตอัพยูนิคอร์น” ซึ่งหมายถึง สตาร์ตอัพที่มีมูลค่าบริษัทเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรปเป็นจำนวนมาก แต่ในปี 2015 เกิดการถ่ายโอนของโลกและมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยบริษัทด้านการลงทุน CB Insights ระบุว่า ในปี 2015 ยูนิคอร์นที่เกิดขึ้นในประเทศจีนมีจำนวนมากกว่ายุโรปไปเป็นที่เรียบร้อย และขยับเข้าใกล้สหรัฐมากขึ้นอย่างน่าสนใจ

และสตาร์ทอัพจีนยังติดหนึ่งใน 3 สตาร์ทอัพยูนิคอร์นโลก จากการหนังสือพิมพ์ The wall street journal ปรากฏว่า มีสตาร์ทอัพจากจีน รั้งอันดับ 2 คือ Didi Chuxing บริษัทแชร์รถจากจีน มีมูลค่าทางธุรกิจ  50 พันล้านดอลลาร์ และ 3 คือ Xiaomi ในนามผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและฮาร์ดแวร์สเปกสูงราคาประหยัดจากจีน มีมูลค่าธุรกิจกว่า  46 พันล้านดอลลาร์ เป็นรองเพียงแค่ Uber ของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ที่มีมูลค่าธุรกิจกว่า 68 พันล้านดออลลาร์

นอกจากสตาร์ทอัพยูนิคอร์นของจีนติดอันดับโลกแล้ว เป็นที่รับรู้กันว่า คนรุ่นใหม่จากจีนนิยมไปร่ำเรียนมหาวิทยาลัยชื่อก้องโลกจากฝั่งตะวันตกไม่ว่า ฮาวาร์ด สแตนฟอร์ด ฯลฯ  ซึมซับการเป็นสตาร์ทอัพ ก่อนจะกลับมาหาช่องทางเป็นสตาร์ทอัพในบ้านเกิด และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพ ยิ่งขึ้นชื่อว่าจีนเป็นดินแดนแห่งการ “ต่อยอด” ทำให้ในจีนเกิดสตาร์ทอัพที่สุดแปลกแหวกแนวมากมาย

นี่คือ 5 อันดับสุดแปลกของจีน….

1.Shafa Market  มาเฟียคุมสมาร์ททีวีจีน

คุณอาจจะงงว่า คำว่า Shafa แปลว่าอะไรในภาษาอังกฤษ ขอรีบเฉลยแบบหยุดการมึนได้ทันทีก็คือ มันไม่ใช่ภาษาอังกฤษ (ฮา !) แต่เป็นคำเขียนแบบพินอินจีน ซึ่งหากคุณพิมพ์คำนี้ในแป้นพิมพ์จีน จะแปลว่า “โซฟา” และก็เป็นที่มาของชื่อบริษัทนี้ ซึ่งต้องการเรียกคนที่ติดทีวีเป็นคำสแลงฝรั่งว่าเป็นพวกนั่งติดโซฟา (Couch Potato) นั่นเอง โดยบริษัทนี้มีอาชีพชัดเจนคือสร้างแอพเอาไว้ใช้จัดการ-ควบคุม “สมาร์ททีวี” ให้อยู่หมัด ! เพราะตั้งแตแเมืองจีนอัพเกรดทีวีเป็นดิจิตอลทีวีทั้งประเทศเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ทีวีของชนชั้นกลางทุกบ้านเปลี่ยนเป็นสมาร์ททีวีหมดแล้ว ! (โดยมีทีวีขนาดเริ่มต้นที่ 40-120 นิ้ว) นั่นก็แปลว่า มีตลาดใหญ่มากรออยู่

บริษัทที่ทำแอพที่มีอายุได้ 3 ปี แต่มีอิทธิพลมากเหลือเกินในจอสมาร์ททีวีทั้งเมืองจีน เพราะแทบทุกเครื่องต้องลงแอพนี้ เนื่องจากในแอพผสานทั้งการจัดอันดับแอพอื่น ๆ ที่ควรลงในทีวีของคน ทั้งตัวของมันเองยังมีเนื้อหาฟรีให้ดู รวมถึงมีเกมที่เล่นกับรีโมตและจอยสติ๊กได้ ทั้งยังมีฟังก์ชั่นการจัดการพื้นที่ส่ง-เก็บข้อมูลจากมือถือมาไว้ในสมาร์ททีวีด้วย !

โอกาสการการหาเงินของแอพ Shafa ที่นอกเหนือจากการโฆษณาทั้งแบนเนอร์ ช่องค้นหา และตำแหน่งแอพแนะนำแล้ว ก็ยังมีช่องทางตรงในการร่วมพัฒนาซอฟร์ตแวร์อื่น ๆ ให้กับบริษัทสมาร์ททีวีต่าง ๆ ด้วย

2.Changba แอพ Social Network สำหรับคนชอบร้องคาราโอเกะ

ถึงแม้ “คาราโอเกะ” จะถือเป็นนวัตกรรมฝีมือญี่ปุ่นที่คนแดนอาทิตย์อุทัยภูมิใจ แต่มันก็ไปดังทั่วโลก โดยเฉพาะที่จีนและไต้หวัน (ที่ไต้หวันนี่เมื่อไหร่มีข่าวประกาศว่าจะมีไต้ฝุ่น ธุรกิจขายดีคือ ห้องคาราโอเกะที่จองเต็มหมด) และแอพร้องคาราโอเกะเบอร์ 1 ของจีนก็หนีไม่พ้น “ช่างปะ  Chang ba)” ที่แปลว่า “มาร้องเพลงกันเถอะ”

แอพนี้เกิดมาได้อย่างเหมาะเจาะกับยุคมือถือ เพราะแต่ก่อนแกรมมี่ก็เคยซื้อซอฟต์แวร์ร้องคาราโอเกะจากจีนมาเพื่อให้บริการบนจอคอมพ์ แต่ก็ได้รับความนิยมไม่มาก เพราะความยุ่งยากในการติดตั้งซอฟต์แวร์ และต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มไม่ว่าจะเป็นกล้องเว็บแคมและไมโครโฟน

แต่เมื่อเกิด “ช่างปะ” ในรูปแบบแอพบนมือถือแล้ว แค่มีมือถือและสมอลล์ทอล์กก็สามารถหนีแม่มาหน้าไมค์ได้ เพราะที่นี่มันคือ โซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับคนชอบร้องคาราโอเกาะนั่นเอง

เข้ามาที่นี่เราจะมีรายการเพลิงดังให้ร้องเป็นหมื่นเพลง ที่สำคัญหากยังไม่กล้าร้องก็สามารถฟังเสียงหรือดูคนอื่นร้องเพลงเดียวกันก่อนหน้านี้ได้ และทุกเพลิงเมื่อร้องเสร็จแล้วจะมีการให้คะแนน มันฮาตรงที่มีการเทียบคะแนนกับคนอื่นทั้งประเทศด้วย

วิธีการหารายได้ของแอพมีหลายทาง เริ่มจากการให้ผู้ใช้สมัครสมาชิกเพื่อเป็นนักร้อง แล้วเปิดห้องร้องเพลงของตัวเองเพื่อเรียกแฟนเข้ามาฟังใครร้องเพลงเพราะถูกใจก็ให้ดอกไม้ นาฬิกา แหวนเพชร รถสปอร์ต เรือยอชต์ ตามแต่จะเลือกภาพและกดส่ง เพราะมันคือของขวัญเสมือนจริง (Virtual Gifts) ที่นักร้องสามารถเอาราคาของขวัญที่ได้ 30% ไปเปลี่ยนเป็นรายได้หรือแลกของขวัญที่ตัวเองอยากได้จริง ๆ กับทางเว็บ เช่น ไอแพด กีตาร์ หูฟัง ฯลฯ

3.Jiajia บริษัทผลิตเกมเพื่อครอบครัว ใช้มือถือแทนจอยสติ๊ก

นอกเหนือจากหนัง เพลงแล้ว อุตสาหกรรมทำเงินกับเยาวชนจีนได้มากที่สุดอันดับต้น ๆ ก็หนีไม่พ้นเกมออนไลน์ ซึ่งวันนี้บอกได้เลยว่าหลายคนกำลังติดเกมจีนไม่รู้ตัว และตลาดนักแปลเกมจากจีนเป็นไทยก็มีความต้องการสูงด้วย ดังนั้น เรามาทำความรู้จักสตาร์ตอัพด้านเกมเพื่อสุขภาพสำหรับสมาร์ททีวีของจีนกันดีกว่า บริษัทนี้ชื่อจำง่ายว่า “อวุ้นต้งจาจา”

อันที่จริงทางการจีนไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าเครื่องเล่นเกมอย่าง XBOX, Wii มาขายในจีน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ จะอดเล่นเกมสนุก ๆ ไปทั้งประเทศ เพราะส่วนใหญ่จะติดเกมออนไลน์ และล่าสุดเทรนด์สนุก ๆ ไปทั้งประเทศ เพราะส่วนใหญ่จะติดเกมออนไลน์ และล่าสุดเทรนด์ใหม่คือ การเล่นเกมผ่านจอสมาร์ทโฟนและสมาร์ททีวี

บริษัทอวุ้นต้งจาจาเปิดทำการมา 6 ปี เน้นการผลิตเกมออกกำลังกายภายในบ้านด้วยภาพ 3 มิติ เพื่อมาเล่นเกับจอทีวีโดยไม่ต้องซื้อเครื่องเกมใด ๆ เพิ่มเติม แค่ต่อเน็ต เปิดแอพก็สามารถใช้มือถือหรือรีโมตทีวีแทนจอยสติก๊กซิงก์กับภาพบนจอได้เลย

วิธีการหารายได้ของบริษัทนี้ก็มาจากทั้งผู้ใช้เองที่จ่ายเงินเพื่อซื้อเกมเฉพาะกับทีวียี่ห้อนั้นๆเช่นล่าสุดก็ร่วมกับเฉียวหมี่ทำเกมให้กับXiaomiSportด้วย

4.Liulishuo แอพพลิเคชั่นเรียนภาษาอังกฤษโดยการเทียบอัดเสียง

เมื่อไทยกำลังจะเข้า AEC สิ่งที่ปวดหัวมากที่สุดสำหรับคนไทยทั้งประเทศคือ การเตรียมตัวฝึกภาษาอังกฤษกับคนต่างประเทศที่ไม่ใช่ฝรั่งตาสีฟ้าเหมือนในหนังสือเรียน

คนจีนก็เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็ไม่เก่งภาษาอังกฤษเหมือนกับเรา (ยกเว้นเด็กที่เรียนเอกวิทยุ-โทรทัศน์ในมหาวิทยาลัยปักกิ่งที่ขึ้นชื่อว่ามีการฝึกฝนชั้นยอดให้เด็กสามารถพูดเสียงได้เหมือนต้นฉบับเลือกได้ว่าจะเป็นแบบอเมริกันหรืออังกฤษชนิดปิดหน้าจะฟังไม่ออกเลยว่านี่เป็นคนจีนพูด)

จึงได้มีผู้ทำแอพช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของภาษาซึ่งบอกได้เลยว่ามันทำได้จริงๆทำไมน่ะหรือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการฝึกพูดใดๆก็ตามคือสำเนียง (ถ้าออกเสียงผิด คนก็จะฟังไม่ออก) ฉะนั้นปัญหาของคนเรียนก็คือ หูเรามักฟังไม่ออกว่าเสียงที่เปล่งออกมาเหมือนต้นฉบับมากเพียงใด จุดนี้แหละที่แอพ “หลิวลี่ซัว ( liulishuo)” ที่แปลว่าพูดได้คล่อง ได้นำเทคโนโลยีระบบจดจำและเทียบเสียงมาเป็นฟีเจอร์ชี้จุดเป็นจุดตายของแอพนี้ (Killer Fratures)

โดยระบบจะมีบทเรียนต่าง ๆ ให้เราฝึกเป็นคำสนทนาสั้น ๆ เช่น ทักทาย ซื้อของ ถามทาง หาเพื่อนใหม่ สั่งอาหาร ฯลฯ โดยให้เราฟังเสียงต้นฉบับและพูดตาม พูดเสร็จก็จะอัดเสียง และเทียบคะแนนความเหมือนพร้อมใช้สีตัวอักษรเพื่อบอกเราว่าคำไหนที่เราออกเสียงถูกหรือไม่ถูก สุดท้ายคือ การให้คะแนนเสียงเราทุกประโยค และสุดท้ายคือ การฝีกพูด บทสนทนาทั้งหมดอีกครั้งซ้ำๆ

ต้องลองเล่นดูแล้วคุณจะรู้ว่าแอพนี้ต้องใช้พลังและความตัดจริตในระดับหนึ่งถึงจะได้คะแนนสูงๆและจะได้ผ่านไปในบทต่อไป

นอกจากนี้แล้วตัวแอพนี้ยังทำหน้าที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กไปในตัวให้คนจีนเก่งภาษาอังกฤษมาเป็นอาจารย์อธิบายเนื้อหาต่างๆเช่นเรียนศัพท์อังกฤษจากเพลงละคร ข่าว เราสามารถฝึกพูดประโยคต่าง ๆ ได้อย่างเป็นส่วนตัวแบบตัวต่อตัวกับเจ้าของภาษา ด้วยการอัดเสียงพูดตามตัวอย่างแล้วโพสต์ขึ้นไปให้เพื่อน ไๆ มากดไลก์ หรือให้ความเห็นได้ ซึ่งทุกกิจกรรมที่ทำในแอพนี้จะมีคะแนนเป็นเหรียญ เมื่อเก็บเหรียญได้มากก็มาแลกเป็นของขวัญ เช่น เสื้อยืด บัตรดูหนัง ทัวร์เที่ยวต่างประทเศได้ เป็นต้น

บริษัทนี้เปิดมาได้เพียง 2 ปี แต่มีบทเรียนให้ฝึกเยอะ และฐานผู้ใช้มากถึง 20 ล้านคน และหารายได้ด้วยตัวเองได้แล้ว ด้วยการขายบทสนทนาความยากระดับสูงหรือเนื้อหาเฉพาะทาง เช่น เรื่องการทำธุรกิจสตาร์ตอัพ การดีลธุรกิจข้ามชาติ ซึ่งก็ต้องจ่ายเงินซื้อเพชรเสมือนจริงมาเพื่อจ่ายเป็นค่าเรียนในแอพ เฉลี่ยบทละ 35 บาท

สิ่งที่ทำให้แอพนี้ประสบความสำเร็จนอกเหนือจากการเลือกใช้เทคโนโลยีให้ถูกทางทันเทรนด์แล้ว ยังรู้ดีว่าการเรียนให้ดีมันต้องอาศัยการ “เล่น” เข้ามาเสริมทำให้ไม่น่าเบื่อ เก็บแต้ม ปลดล็อกด่านต่อไป ใครตั้งใจดีก็มีรางวัลด้วย !

5.Meitu จากแอพแต่งรูปสุดฟรุ้งฟริ้ง มาขายมือถือเซลฟี่สุดฟินเฟร่อ

เหม่ยถู ไม่ต้องให้แปล ผู้ที่ใช้แอพนี้แต่งรูปในมือถือก่อนโพสต์ขึ้นโซเชียลทุกคนต้องรู้ซึ้งดีว่ามันแปลว่าอะไร ก็ผลลัพธ์ “ภาพสวย ๆ” ที่ได้จากการแต่งด้วยแอพ ชื่อ Mito Xiu Xiu นี้นั่นเอง บริษัทนี้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงก็เพราะยุคนี้เป็นยุคที่ผู้หญิงมีอำนาจครองโลก ซึ่งภาษาจีนใช้คำทางการตลาดว่า “เป็นยุคของสตรี ”

บริษัทเริ่มต้นจากการทำโปรแกรมแต่งรูปบนคอมพิวเตอร์ก่อน เมื่อยุคมือถือบูมก็ทำแอพแต่งรูปบนมือถือ และล่าสุดก็ได้ขยายไปสู่ตลาดฮาร์ดแวร์ด้วยการผลิตมือถือแบรนด์ตัวเองขึ้นมาเสียเลย โดยจัดสเปกให้เป็นมือถือในฝันของสาว ๆ ที่พิสมัยการเซลฟี่เป็นสรณะ เช่น รุ่นล่าสุด Meitu V4 ที่มาพร้อมกล้องหน้าและหลังแบบจัดเต็ม ความคมชัดเท่ากัน 21 ล้านพิกเซล (หาไม่ได้แน่ ๆ ในไอโฟนและซัมซุง) มีโหมดเลนส์บิวตี้ โฟกัสหน้าฟรุ้งฟริ้ง แช๊ะเดียวจบ ถ่ายแล้วผิวเนียนสุด ๆสังเกตได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใด ๆ ของเหม่ยถู การดีไซน์จะเน้นใช้สีชมพูและขาวดูอ่อนโยน ฟรุ้งฟริ้ง เหมาะกับผู้หญิงเป็นที่สุด

บริษัทนี้อายุ 7 ปี มีทีมงานที่ขยับเอามาก ๆ มียอดผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 1,200 ล้านคน ! หลังจากได้เงินลงทุนหลายต่อหลายครั้ง วันนี้มูลค่าบริษัทอยู่ที่กว่า 72,000 ล้านบาท มีออฟฟิศหลายที่ในจีน รวมถึงสิงคโปร์ ฮ่องกง และซิลิคอน วัลเลย์ในอเมริกาด้วย