“โอเอซิสสปา” แรงไม่หยุดยอดพุ่ง 185 ล. โกอินเตอร์ปักธงสาขาแรก “ฉงชิ่ง” บุกตลาดแดนมังกร-

“โอเอซิส สปา” รายได้พุ่ง 185 ล้านบาท ผนึกกลุ่มทุนจีนปักธงมหานคร “ฉงชิ่ง” บุกตลาดสปา 5 ดาวเมืองจีนเต็มสูบ เล็งลงทุนเฉินตู-คุนหมิง เผย 11 สาขาในไทยเติบโตต่อเนื่อง อานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มไฮเอนด์ฮิตใช้บริการสปา ครองสัดส่วนตลาดมากถึง 65% เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 1 แห่งที่ภูเก็ต พร้อมเร่งพัฒนาโรงเรียนไทยโอเอซิสสปา ผลิตเทอราปิสต์ป้อนทุกสาขาในและต่างประเทศ

นายภาคิน พลอยภิชา ประธานกรรมการ บริษัท เดสทินี่เอ็นเตอร์ไพร์ซ จำกัด ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งโอเอซิส สปา (OASIS SPA) ซึ่งมีฐานธุรกิจอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดสปาในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพทั้งสปาเพื่อสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะสปากลายเป็นเทรนด์ที่เติบโตมาตลอดกว่า 10 ปี

ผนึกจีนลงทุน 75 ล.สาขาฉงชิ่ง

สำหรับโอเอซิส สปา มีฐานลูกค้าสำคัญคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นแรงผลักให้ธุรกิจเติบโต โดยในปี 2559 อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% ผลประกอบการอยู่ที่ราว 185 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ขยายการลงทุนไปยังมหานครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยร่วมทุนกับนักลงทุนจีนในมหานครฉงชิ่ง เปิดสาขา “ไทย โอเอซิส สปา ฉงชิ่ง” ซึ่งเป็นสาขาแรกในต่างประเทศ ด้วยเงินลงทุน 15 ล้านหยวน หรือราว 75 ล้านบาท โดยเปิดให้บริการได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์

ทั้งนี้ โอเอซิสสปา ฉงชิ่ง จะมีรูปแบบการบริหารจัดการและให้บริการที่เป็นมาตรฐานสปาระดับ 5 ดาวเหมือนกับโอเอซิส สปา ในประเทศไทยทุกอย่าง ซึ่งในระยะแรกได้นำเข้าเทอราปิสต์ (พนักงานนวดสปา) ของโอเอซิสสปา จำนวน 20 คน และภายในปี 2561 จะเพิ่มเป็น 40 คน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการนวดสปา (Spa Product) ก็นำเข้าจากประเทศไทยภายใต้แบรนด์ “KIN” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่โอเอซิสสปาผลิตเอง

นายภาคินกล่าวว่า การตัดสินใจขยายการลงทุนไปยังมหานครฉงชิ่ง เพราะกฎหมายการลงทุนในธุรกิจสปาของรัฐบาลจีน ที่ให้การสนับสนุนธุรกิจนี้อย่างเต็มที่และเปิดกว้าง และจากการที่บริษัทได้ทำการวิจัยตลาดสปาในประเทศจีนก็พบว่า คนจีนนิยมการนวดสปาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ธุรกิจสปาในเมืองฉงชิ่งและอีกหลายเมืองของจีนกำลังขยายตัวอย่างมาก ประกอบกับฉงชิ่งซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาจีนตะวันตก เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหนัก มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็ว มีขนาดเศรษฐกิจที่ค่อนข้างใหญ่และแข็งแกร่ง GDP เติบโตมากกว่า 10% ต่อปี ประชากรมีรายได้ค่อนข้างดี และมีกลุ่มกำลังซื้อสูงจำนวนมาก

“เชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวจีนในมหานครฉงชิ่ง โดยเฉพาะฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อ ซึ่งพฤติกรรมชาวจีนในปัจจุบันจะให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น และยังได้วางแผนขยายสาขาไปอีกหลายเมืองของจีน อาทิ เฉินตู และคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูง โดยจะรอดูผลประกอบการของสาขาฉงชิ่งในระยะ 1 ปีแรก ก่อนที่จะขยายการลงทุนในเมืองอื่น ๆ ต่อไป”

ปีหน้ามีทั้งหมด 12 สาขาในไทย

นายภาคินกล่าวต่อว่า ปัจจุบันโอเอซิส สปา มีทั้งหมด 11 สาขาในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก คือ เชียงใหม่ 4 สาขา พัทยา 1 สาขา กรุงเทพฯ 2 สาขา และภูเก็ต 4 สาขา ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตล่าสุดอยู่ระหว่างลงทุนเพิ่มอีก 1 สาขาเป็นสาขาที่ 5 คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 1/ 2561 ซึ่งก็จะทำให้โอเอซิส สปา มีสาขารวมทั้งสิ้น 12 สาขาในปี 2561

ทั้งนี้คาดว่าปี 2560 อัตราการเติบโตก็จะอยู่ที่ราว 10% ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอเอซิสสปาเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา เป็นเมืองท่องเที่ยวเป้าหมายของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งฐานลูกค้ากลุ่มหลักของบริษัทคือนักท่องเที่ยวชาวจีนมีสัดส่วนถึง 65% รองลงมาคือ เกาหลีและญี่ปุ่น 15% นักท่องเที่ยวยุโรป 10% และคนไทย 10%

ต่างชาติแห่เรียนเทอราปิสต์

ในส่วนของพนักงานนวดสปาหรือเทอราปิสต์นั้น หลังจากเปิดโรงเรียนไทยโอเอซิสสปามาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข มีนักเรียนจบหลักสูตรแล้วมากกว่า 600 คน ซึ่งในปี 2559 มีนักเรียนจบหลักสูตร 163 คน เป้าหมายหลักคือการป้อนให้กับโอเอซิส สปาทุกสาขาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการผลิตเทอราปิสต์ได้จำนวนมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ขยายสาขาได้เร็วขึ้น


ขณะเดียวกัน ก็มีแผนการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับเปิดหลักสูตรระยะสั้นสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้ามาเรียนเพื่อนำไปพัฒนาเป็นอาชีพ รวมทั้งมีชาวต่างชาติเข้ามาเรียนด้วย อาทิ เบลเยียม จีน ไต้หวัน ล่าสุดได้เซ็นสัญญากับโรงเรียนสายอาชีพ JCFL จากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่จะนำนักเรียนญี่ปุ่นจำนวน 20 คน มาเรียนหลักสูตรระยะสั้น 15 วัน ในช่วงเดือนมกราคม 2561