ดอลลาร์แข็งค่า หลังรายงานประชุมชี้เฟดพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อไป

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังรายงานประชุมชี้เฟดพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ขณะที่ ธปท.ชี้ เงินบาทแข็งค่า สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาคจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2565 ค่าเงินบาทปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/8) ที่ระดับ 35.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/8) ที่ระดับ 35.42/44 ดอลลาร์สหรัฐ

หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 กรกฎาคม ระบุว่า กรรมการเฟดมีความมุ่งมั่นที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่สุดเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ แต่ในขณะเดียวกัน เฟดก็ส่งสัญญาณว่าอาจจะชะลอการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตระหนักถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า มีแนวโน้มที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนหน้า หลังจากรายงานการประชุมเฟดระบุว่า “เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการประเมินว่า การดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร เฟดจึงมองว่าอาจเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยอาจจะปรับขึ้น 0.50% หรืออาจปรับขึ้นเพียง 0.25% จากที่เคยปรับขึ้นรุนแรงถึง 0.75% ในการประชุมเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม



ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.07% สู่ระดับ 106.576 ในคืนที่ผ่านมา สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนกรกฎาคม สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนมิถุนายน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า จากการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในกรอบ 35-36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าการเคลื่อนไหวโดยรวม สอดคล้องกับสกุลภูมิภาคที่มีการแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐตามการปรับลดคาดการณ์เร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเริ่มปรับตัวลดลง ประกอบกับแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.44-35.72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (18/8) ที่ระดับ 1.0184/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/8) ที่ระดับ 1.0173/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนที่จะปรับตัวอ่อนค่าลงระหว่างวัน ท่ามกลางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์หลังจากเฟดยังคงบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอังกฤษ พุ่งขึ้น 10.1 ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2525 โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 9.4% ในเดือน มิ.ย. และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในการสำรวจของรอยเตอร์สที่ 9.8% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0178-1.0192 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0159/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/8) ที่ระดับ 14.85/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (17/8) ที่ระดับ 134.81/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในเชิงอ่อนค่า หลังจากอัตราผตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.899% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 134.74-135.42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 135.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐวันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือน ส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ค. จากคอนเฟอเรนซ์บอร์ด (Conference Board)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.50/-7.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.50/-2.50% สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ