“เทเวศประกันภัย” ตั้งเป้าปีจอ โกยเบี้ยรับเพิ่ม 5 พันล้านบาท

เทเวศประกันภัย ตั้งเป้าปี’61 โกยเบี้ยรับรวม แตะ 5 พันล้าน โต 10% ดึงเทคโนโลยีหนุนบริการสินไหมรถยนต์คลอด ก.พ. พร้อมขยายบริการด้านอื่น ๆ เพิ่ม เผยปิดสิ้นปี’60 ยอดเบี้ยรับรวมแผ่ว รับยอดเคลมพุ่ง แถม คปภ.ประกาศลดเบี้ยประกันภัยทรัพย์สิน

นายชาติชาย ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เทเวศประกันภัย เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบปี 2560 จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวมากขึ้น และรัฐบาลเริ่มผลักดันโครงการประกันภัยพืชผลอื่น ๆ นอกเหนือจากการรับประกันภัยข้าวนาปีหรือขยายพื้นที่ที่รับประกันภัยนาข้าวเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ประกอบกับปีนี้แนวโน้มยอดขายรถใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวชี้การเติบโตของธุรกิจประกันภัย เนื่องจากพอร์ตหลัก ๆ ยังคงมาจากการรับประกันภัยรถยนต์ (มอเตอร์) สัดส่วนถึง 65%

“ปีนี้ความท้าทายยังคงเป็นเรื่องการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ อาจจะเห็นผู้เล่นผลัดเปลี่ยนมาลงเล่นในสนามนี้มากขึ้น ผู้เล่นที่ไม่เคยรับประกันก็เข้ามา ในขณะผู้เล่นที่เคยรับประกันแล้วขาดทุน ก็วิ่งไปรับประกันประเภทอื่นแทน เพราะปัจจุบันค่าอะไหล่และค่าแรงเพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทประกันภัยต้องบริหารจัดการและควบคุมค่าใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น”

ในส่วนของเทเวศประกันภัย นายชาติชายกล่าวว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านสินไหมรถยนต์ที่บริษัทกำลังพัฒนาระบบดึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาปรับปรุงกระบวนการสินไหมรถยนต์ทั้งระบบ เช่น แอปพลิเคชั่นบนมือถือที่สามารถตรวจสอบสภาพรถ แจ้งอุบัติเหตุ ตรวจเช็กอู่ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแอปพลิเคชั่นที่เข้ามาช่วยสนับสนุนความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ซึ่งจะสามารถค้นหาข้อมูลได้ทันที โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบริการด้านสินไหมรถยนต์ น่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ก.พ. 2561 ก่อนจะขยายไปส่วนของบริการด้านประกันที่ไม่ใช่รถ (น็อนมอเตอร์) ต่อไป

สำหรับพอร์ตหลักของบริษัท ปัจจุบันเป็นประกันภัยรถยนต์ 55% มีฐานลูกค้าจำนวนกว่า 2 แสนกรมธรรม์ ส่วนที่เหลืออีก 45% เป็นน็อนมอเตอร์ แยกเป็นประกันภัยเบ็ดเตล็ด 32.4% ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 7.7% อัคคีภัย 2.8% และประกันขนส่งทางทะเล 2.1%

Advertisment

นายชาติชายกล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทคาดว่าปิดยอดเบี้ยรับรวมได้อยู่ที่ 4,600-4,700 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2559 ที่มีเบี้ยรับรวม 4,602 ล้านบาท ถือว่าไม่เติบโต เนื่องจากประกันภัยทรัพย์สินมีอัตราเบี้ยลดลง จะเห็นตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค. 60 สำนักงาน คปภ.ประกาศลดอัตราเบี้ยประกันอัคคีภัย สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยในอัตราใหม่ลดลง 15% และเบี้ยประกันภัยทรัพย์สิน อาทิ คอนโดมิเนียม โรงงานขนาดใหญ่ อัตราใหม่ลดลงราว 20-30%

นอกจากนี้ ในปี 2560 บริษัทมีเคลมสินไหมรถยนต์เพิ่มขึ้น 60% ซึ่งเป็นพอร์ตใหญ่ที่บริษัทรับประกันจึงทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการรับประกันภัยรถยนต์บางประเภทด้วยการปรับเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 5% ซึ่งอาจจะทำให้ลูกค้าแห่ไปซื้อประกันรถกับบริษัทประกันอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีการปรับเพิ่ม