ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มหลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับตัวลดลงมากกว่าคาด

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นใกล้เคียงระดับสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์ หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ได้เปิดเผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ปรับตัวลดลง 7.2 ล้านบาร์เรลลงไปสู่ระดับ 483 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.6 ล้านบาร์เรลและเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ซึ่งสร้างความหวังให้กับนักลงทุนที่ว่าสถานการณ์อุปทานน้ำมันล้นตลาดจะคลี่คลายในเร็วๆ นี้

+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากการประชุมระหว่างผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยซาอุดิอาระเบียประกาศลดการส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ส.ค. ให้ไม่เกินระดับ 6.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และประเทศในกลุ่มอาจจัดประชุมฉุกเฉินก่อนการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ก.ย. หากสถานการณ์ยังคงไม่ฟื้นตัว

+ การส่งออกน้ำมันดิบของไนจิเรียในสัปดาห์นี้ได้ปรับตัวลดลง หลังมีการปิดซ่อมบำรุงท่อขนส่งน้ำมัน Trans Niger Pipeline กำลังการขนส่ง 180,000 บาร์เรลต่อวัน หลังมีเหตุน้ำมันรั่ว ณ เมือง B-dere รัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบ Bonny Light ของไนจีเรียที่ใช้ท่อขนส่งเส้นนี้เป็นท่อขนส่งน้ำมันหลักเพื่อการส่งออก

– อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังคงมองว่า ปัจจัยบวกต่างๆ ยังคงเป็นแค่ปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น หลังมองว่า ปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินคงคลังของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี และปริมาณน้ำมันคงคลังที่ลดลงเป็นผลมาจากสหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบมากขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่คาดว่าจะลดลงในประเทศญี่ปุ่นในปีหน้า ประกอบกับสต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากการส่งออกน้ำมันดีเซลของญี่ปุ่นที่ลดลงร้อยละ 4.6 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบกับสต็อกน้ำมันดีเซลในประเทศญี่ปุ่นที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.5 ลงไปแตะระดับ 8.94 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังโรงกลั่นสหรัฐฯ คาดจะคงอัตราการกลั่นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ก.ค. 60 ปรับลดลงราว 7.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 483 ล้านบาร์เรล

การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง

การผลิตน้ำมันดิบของลิเบียและไนจีเรียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยลิเบียการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้ ในขณะที่ไนจีเรียปริมาณการผลิตอยู่ที่ระดับ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ใกล้เคียงกับระดับเป้าหมายที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

Previous article“ทริกเกอร์ฟันด์” พลาดเป้า รายย่อยค้างเติ่ง 1.3 หมื่นล้าน
Next articleมะกันเชื่อต้นปี 2561 เกาหลีเหนือพัฒนาไอซีบีเอ็มที่มีความเสถียรสำเร็จ