คลังชี้ท่องเที่ยวเดือน ต.ค. โตมโหฬารเทียบปีก่อนกว่า 7,100%

นักท่องเที่ยว

สศค.เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ต.ค. 2565 รับปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวโตกระฉูดกว่า 7,100% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เผยนักท่องเที่ยว “มาเลเซีย-อินเดีย-ลาว-เกาหลีใต้-เวียดนาม” แห่เที่ยวไทย ในขณะที่ “บริโภค-ลงทุน-ส่งออก” แผ่ว

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2565 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณทรงตัวจากเดือนก่อน อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกและทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด

โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนตุลาคม 2565 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 16.2% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล -7.9% ขณะที่ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือนตุลาคม 2565 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -2.4% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 2.6%

สำหรับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ในเดือนตุลาคม 2565 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.2% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล -5.4% รายได้เกษตรกรที่แท้จริงในเดือนตุลาคม 2565 ขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 18.3% และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในเดือนตุลาคม 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 46.1 จากระดับ 44.6 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยเป็นผลมาจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ยังมีความกังวลในเรื่องค่าครองชีพที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ขณะที่เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ ในเดือนตุลาคม 2565 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1.4% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -14.5%

สำหรับการลงทุนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ภายในประเทศในเดือนตุลาคม 2565 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ -5.7% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -2.9% ขณะที่ภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 12.0% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -7.1%

มูลค่าการส่งออกสินค้าลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2565 อยู่ที่ 21,772.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันที่ -4.4% และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง ทองคำและยุทธปัจจัย พบว่าลดลง -2.8% เนื่องจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าชะลอลงจากการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัว เพื่อควบคุมเงินทั่วโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้สินค้าส่งออกของไทยลดลง

อย่างไรก็ดี สินค้าส่งออกที่ยังขยายตัว ได้แก่ สินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารสัตว์เลี้ยง และข้าว โดยขยายตัว 26.3%, 4.8% และ 2.8% ตามลำดับ สอดคล้องกับสินค้าเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบที่ขยายตัว 90.6% และ 8.5% ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่าส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงตามอุปสงค์ที่ชะลอตัวของประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ดี ตลาดที่ยังคงขยายตัว ได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย ตลาด CLMV และสหราชอาณาจักร ขยายตัวที่ 18.8%, 10.6% และ 3.7% ตามลำดับ สอดคล้องกับกลุ่มตลาดอื่น ๆ ขยายตัวได้ดี

Advertisement

อาทิ ตลาดสวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 103.5% ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าในเดือนตุลาคม 2565 มีมูลค่า 22,368.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ -2.2% ทำให้ดุลการค้าขาดดุลที่ -596.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนตุลาคม 2565 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 6.0% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 1.1% ตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตในหมวดปศุสัตว์ โดยเฉพาะผลผลิตสุกร และไก่เนื้อ และสินค้าในหมวดไม้ผลเป็นสำคัญ

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนตุลาคม 2565 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 93.1 จากระดับ 91.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวได้ต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี ยังมีความกังวลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลต่อการผลิตและส่งออกสินค้าในระยะต่อไป

สำหรับภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม 2565 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมจำนวน 1.48 ล้านคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 7,178.2% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -11.2% โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย อินเดีย ลาว เกาหลีใต้ และเวียดนาม ตามลำดับ เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวภายในประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ในเดือนตุลาคม 2565 จำนวน 17.7 ล้านคน คิดเป็นอัตราการขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 285.0% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ -18.8%

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยปัจจัยกดดันจากระดับราคาสินค้าเริ่มปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนตุลาคม 2565 อยู่ที่ 5.98% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.17% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่ 60.4% ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561

รวมทั้งผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ในเดือนตุลาคม 2565 อยู่ที่ 0.47% ของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งหมด สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2565 อยู่ในระดับสูงที่ 2.019 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ