ดอลลาร์แข็งค่า หลังงบการค้าสหรัฐขาดดุลมากขึ้น กังวลเศรษฐกิจซบเซา

ดอลลาร์
ภาพ : pixabay

ดอลลาร์แข็งค่า หลังงบการค้าสหรัฐขาดดุลมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจซบเซา

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (07/12) ที่ระดับ 35.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (06/12) ที่ระดับ 35.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นหลังจากตลาดมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจที่อาจจะซบเซาลงในปีหน้า ซึ่งส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์ที่ตลาดมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมีความต้องการมากขึ้นเนื่องจากตัวเลขงบการค้าของสหรัฐนั้นขาดดุลมากขึ้น 5.4% เนื่องจากการส่งออกของสหรัฐนั้นปรับตัวลงหลังราคาสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

โดยถึงแม้การออกมาแถลงการณ์จากสมาชิกธนาคารกลางจะแสดงถึงความต้องการที่จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในอัตราที่น้อยลงแต่ดัชนีผู้ผลิตที่ไม่รวมอุตสาหกรรมการผลิตที่ออกมาในวันจันทร์ที่ 5 ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางจะมองว่าเงินเฟ้อนั้นจะไม่ลงไวอย่างที่คาดไว้และอาจจะจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยให้สูงกว่าที่คาดไว้ในปีหน้า และคงไว้นานจนถึงสิ้นปี 2023 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.99-35.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.09/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/12) ที่ระดับ 1.0455/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (06/12) ที่ระดับ 1.0495/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สกุลเงินยูโรอ่อนหลังจากนักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะซบเซาในปีหน้าเนื่องจากธนาคารทั่วโลกปรับดอกเบี้ยสูงขึ้นเลย ทำให้มีการเคลื่อนย้ายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่มีค่าสกุลดอลลาร์ โดยถึงแม้ว่าจะมีตัวเลขเศรษฐกิจจากเยอรมนีที่เผยออกมาในทางที่สนับสนุนให้ยูโรแข็งค่า โดยตัวเลขการสั่งสินค้าจากโรงงานที่สูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน

แต่ทั้งนั้นแรงกดดันจากสกุลดอลลาร์ที่มาจากนักลงทุนคาดการณ์ความแน่วแน่ของธนาคารกลางสหรัฐที่ต้องการจะนำเงินเฟ้อลงก็กดดันสกุลเงินยูโรให้อ่อนค่าลง โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะไม่ปรับดอกเบี้ยลงจนกว่าจะถึงปี 2024 โดยสกุลเงินยูโร ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0441-1.0480 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0473/1.0477 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/12) ที่ระดับ 137.28/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (06/12) ที่ระดับ 136.58/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากแรงกดดันเรื่องความแตกต่างของผลตอบแทนพันธบัตรระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น โดยที่ประธานธนาคารญี่ปุ่น นายคุโรดะได้กล่าวถึงการแถลงการณ์จากสมาชิกธนาคารญี่ปุ่น นายนาโอกิที่กล่าวว่าทางธนาคารญี่ปุ่นควรพิจารณานโยบายทางการเงินใหม่

โดยนายคุโรดะกล่าวว่าการพิจารณานโยบายใหม่นั้นยังเร็วเกินไปและมองว่าเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายของญี่ปุ่นส่วนมากนั้นมาจากราคาพลังงานและสินค้านำเข้าที่แพงขึ้นเนื่องจากปัญหาการผลิตที่มาจากการล็อกดาวน์ในจีนช่วงที่ผ่านมา โดยนายคุโรดะยังย้ำถึงเป้าหมายของนโยบายญี่ปุ่น ซึ่งต้องการให้เงินเฟ้ออยู่ที่ 2% พร้อมกับการปรับขึ้นรายได้ของพนักงาน

ซึ่งทำให้ในมุมมองของนักลงทุนนั้นคาดว่าสกุลเงินเยนจะไม่มีการปรับดอกเบี้ยขึ้นและคงนโยบายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงประธานของธนาคารญี่ปุ่นในเดือนเมษายน 2023 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 136.78-137.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 137.50-137.52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ GDP ญี่่ปุ่น (8/12), คำร้องขอเงินสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (8/12), ดัชนีผู้ผลิตของจีน (9/12), ดัชนีราคาผู้บริโภคของจีน (9/12), ดัชนีผู้ผลิตของสหรัฐ (9/12)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11/-10.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -20/-17 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ