ครม.ไฟเขียวคุมเงินดิจิทัล คลังรีดภาษีย้อนหลังสกัดนักลงทุนสีเทา

ครม.เห็นชอบ พ.ร.ก. ไฟเขียวคลัง-ก.ล.ต.คุมระดมทุน ICO-เงินดิจิทัล ออกประกาศยิบ 4-5 ฉบับรวด เล็งรีดภาษีกว่า 10% บังคับย้อนหลัง วางโทษฉ้อโกง-ฟอกเงินทั้งทางแพ่ง-อาญา เอกชนคึก JIBEX ระดมเงินรัว ๆ

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. …. ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้เสนอ เพื่อกำกับดูแลและป้องกันการฉ้อโกงและการฟอกเงิน เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความแพร่หลายจากผู้ประกอบการธุรกิจและประชาชนเป็นอย่างมาก

นายณัฐพรกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายวางกฎเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว จึงมีศูนย์กลางการกำกับดูแล สำหรับสาระสำคัญและหลักการของ พ.ร.ก. เพื่อกำกับดูแลธุรกิจประกอบการเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และคุ้มครองประชาชนไม่ให้เกิดการฉ้อโกงและฟอกเงิน โดยกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ให้สอดรับกับกฎหมายประมวลรัษฎากรและกฎหมายลูก ที่จะออกโดยกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล อาทิ ตัวกลาง หรือแพลตฟอร์ม ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล นายหน้า (โบรกเกอร์) ผู้ค้า (ดีลเลอร์) ต้องลงทะเบียน

“สำหรับการจัดเก็บภาษีตามหลักการร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเป็นลักษณะใด เช่น การซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป หรือการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็น token (เหรียญ) บางสกุลเงินดิจิทัลที่มีลักษณะเหมือนหุ้น ซึ่งมีรายได้จากการจ่ายเงินปันผล จึงต้องเสียอัตราภาษีตามอัตราจำนวนเงินปันผลที่ได้รับ เพื่อให้เกิดการเท่าเทียมกันทั้งในรูปแบบดิจิทัลหรือใบหุ้น” นายณัฐพรกล่าว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก.กำหนดให้อำนาจ ก.ล.ต.เป็นผู้กำกับดูแล กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีจากรายได้มากกว่า 10% ทั้งนี้ ให้มีอัตราการจัดเก็บ อัตราโทษทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ประกอบการธุรกิจประเภทดิจิทัลที่เข้าข่ายดำเนินธุรกิจไปในทางฉ้อโกงหรือฟอกเงิน มีทั้งโทษจำและปรับ เทียบเคียงกับพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไปก่อนหน้านี้แล้ว ต้องเข้าเกณฑ์ร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้เช่นกัน

“กฤษฎีกาจะใช้เวลาตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว 5-6 วัน เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ ต้องตรวจดูถ้อยคำให้รอบคอบ หลังจากนั้นหากไม่เปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ไม่ต้องนำเข้า ครม.อีก แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยนสาระสำคัญ ให้นำเข้า ครม.ให้ทันภายในสัปดาห์หน้า โดยขณะนี้ ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง ได้เตรียมออกประกาศไว้แล้ว 4-5 ฉบับ” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของร่าง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไปก่อน เนื่องจากจะทำให้คนที่อยู่ในแวดวงที่รู้รายละเอียดก่อนหาประโยชน์ แต่เมื่อกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว และนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จิ๊บเอ๊กซ์ จำกัด (JIBEX) ในกลุ่มบริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นในการจัดเก็บสกุลเงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) สำหรับนักลงทุน และแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) โดยเฟสแรกจะเปิดให้บริการ e-Wallet ในช่วงกลางเดือน เม.ย. 61 ใน 5 สกุลเงินดิจิทัล เช่น bitcoin ethereum ripple และเฟส 2 จะเปิดตัวตลาดเทรดคริปโตเคอเรนซี่ ผ่านช่องทางออนไลน์และสาขาของบริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป ที่มี 150 สาขา เฟส 3 จะเพิ่มฟังก์ชั่นการช่วยเทรด และเฟส 4 เป็นการบริหารความมั่งคั่ง (เวลท์แมเนจเมนต์) ซึ่งแต่ละเฟสจะขึ้นอยู่กับการอนุญาตของผู้กำกับดูแลกฎหมายที่จะออกมา

Previous articleดอลลาร์อ่อนค่า หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐปลดนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน
Next articleหน้าใหม่ลุยไฟอสังหาผุดบ้านเดี่ยว 5 ชั้น ไม่มีค่าส่วนกลาง