หุ้นไทยหากไม่ผ่าน 1,542-1,546 จุด กลับมาแกว่งในกรอบต่อ

หุ้นไทย

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) ดัชนียังมีอัพไซด์ระยะสั้นที่จำกัดหากไม่ผ่าน 1,542-1,546 จุด จะกลับมาแกว่งในกรอบเดิมระหว่าง 1,530-1,542 จุดต่อ หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ AOT, BCH

วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ขึ้นมาทรงตัวแถวกรอบบนบริเวณ 1,540 จุด แต่วอลุ่มเบาบาง ทำให้มองดัชนียังมี Upside ในระยะสั้นที่จำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,546 จุด ซึ่งหากไม่ผ่าน คาดว่าดัชนีจะกลับมาแกว่งในกรอบเดิมระหว่าง 1,530-1,542 จุด ส่วนกรณีขึ้นทะลุ 1,546 จุด เป็นสัญญาณ บวกต่อและมีแนวต้านถัดไปที่ 1,555 จุด

ประเด็นสำคัญ

  • ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ช่วยเพิ่มรายได้ภาครัฐรองรับการเติบโตระยะยาว
  • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุเศรษฐกิจไทย เม.ย. 66 ได้รับปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง ผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวดี เงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง
  • สาธารณสุขระบุโควิด-19 ระบาดกระจุกตัวกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยรอบนี้การระบาดในกลุ่มผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้น
  • คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เตรียมทำหนังสือถึงรัฐบาลรักษาการและว่าที่รัฐบาลใหม่ตัดสินใจ กรณีคลังไม่ต่อภาษีดีเซลหลังสิ้นสุด 20 ก.ค. 66 โดยหากราคาน้ำมันโลกไม่เกิน 90 เหรียญ/บาร์เรล จะรักษาฐานราคา 32 บาท/ลิตรจนถึงสิ้นปีได้ ด้วยการลดเงินกองทุนน้ำมันฯ ควบคู่การขึ้นภาษี 5 บาท/ลิตร
  • ผลสำรวจเศรษฐกิจจีนพบว่าภาคการผลิตเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว หรือมีเสถียรภาพมากขึ้นในเดือน พ.ค. ขณะที่รัฐบาลจีนเตรียมออกมาตรการจูงใจด้านภาษีใหม่แก่ธุรกิจการผลิตขั้นสูงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีแข่งกับสหรัฐ

โดยมอง SET ยังเคลื่อนไหวผันผวนและแกว่งตัวในกรอบ โดยแม้การขยายเพดานหนี้ของสหรัฐจะได้ข้อสรุป ซึ่งเป็นบรรยากาศ (Sentiment) เชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และการประชุมนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มองจะมีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 pbs. ตามตลาดคาด

ทั้งนี้ประเมิน SET จะยังคงมี Upside จำกัด เนื่องจากตลาดยังคงจับตาเสถียรภาพในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทย สถานการณ์การระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 ในจีน และการชะลอตัวลง ของเศรษฐกิจในยุโรป ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

ขณะที่หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ

AOT คาดการณ์กำไร FY2566 (ต.ค. 65-ก.ย. 66) คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวกลับมามีกำไร 1.5 หมื่นล้านบาท โดยกำไรจะเร่งตัวขึ้นในระยะถัดไป ด้วยแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เติบโตเพิ่มขึ้น และการกลับมาเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ


BCH มองกำไรปกติจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 2H66 เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก (+HOH) และจะเริ่มเห็นการเติบโตเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ในไตรมาส 4/66 ขณะที่ผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยงหลังราคาหุ้นปรับลงมาแล้ว 19% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จนปัจจุบันเทรดที่ระดับ -2SD ของ PE เฉลี่ยในอดีต