“ธปท.-ก.ล.ต.” นำร่อง “Taxonomy” ลดเสี่ยง “กลุ่มพลังงาน-ขนส่ง” สู่ธุรกิจสีเขียว

นายรณดล นุ่มนนท์

ธปท.-ก.ล.ต. เดินหน้า “Thailand Taxonomy” ระยะ 1 นำร่อง “ภาคพลังงาน-การขนส่ง” หวังสถาบันการเงินกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ-แยกพอร์ต-ความเสี่ยงสู่ธุรกิจสีเขียว

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา “Thailand Taxonomy กติกาใหม่เพื่อโลกที่ยั่งยืน” ว่า Taxonomy จะเป็นมาตรฐานกลางที่จะให้ภาคธุรกิจจำแนกความเสี่ยงธุรกิจเป็นอย่างไร

โดยให้ภาคสถาบันการเงินสามารถออกเครื่องมือ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถผ่องถ่ายไปสู่ธุรกิจสีเขียวได้ โดยในระยะแรกจะกำหนดในกลุ่มธุรกิจขนส่งและพลังงาน และในระยะถัดไปจะมีการกำหนดกลุ่มอื่น ๆ เพิ่มเติม

“Thailand Taxonomy จะเป็นเครื่องมือและเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ภาคการเงินไทยให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งวันนี้ธนาคารมีความพร้อมมากขึ้น และมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นสีเขียวมากขึ้น เพราะไทยจะต้องเดินไปสู่สังคมและบริบทโลก”

อย่างไรก็ดี ภาคส่วนต่าง ๆ ตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน มาตรฐาน Thailand Taxonomy ระยะที่ 1 แสดงถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมพัฒนาเครื่องมือที่จะเป็นกติกาใหม่เพื่อโลกที่ยั่งยืน

สำหรับประเทศไทย โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีสัดส่วนสำคัญยังอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีแบบดั้งเดิมและพึ่งพาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล หรือคิดเป็น 30% ของ GDP ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทุนในการปรับรูปแบบการทำธุรกิจ และวางแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทุกภาคส่วนในไทยจึงต้องเตรียมการและปรับตัวไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ทันการณ์ และไม่สะดุด

และภาคการเงินในฐานะตัวกลางจัดสรรเงินทุนจึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการปรับตัว โดยคำนึงถึง “timing” และ “speed” ไม่ให้ช้าเกินไปจนความเสี่ยงก่อให้เกิดความเสียหาย และไม่เร็วเกินไปจนตัดขาดธุรกิจที่ยังไม่พร้อม

ดังนั้น การที่ภาคการเงินจะสนับสนุนเงินทุนได้อย่างตรงจุด จำเป็นต้องทราบก่อนว่ากลุ่มลูกค้าที่เป็นองค์กร หรือธุรกิจ มีสถานะการดำเนินการ อย่างคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในระดับใด จัดอยู่ในกลุ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือกลุ่มสีเขียวหรือไม่ ถ้าไม่ เราอยู่ห่างจากความ “เขียว” แค่ไหน จะได้เตรียมการและดำเนินการปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ สถาบันการเงินต้องสามารถประเมินสถานะของพอร์ตตนเองได้ว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้สามารถประเมินโอกาสและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

“การกำหนดนิยามความเขียวของแต่ละคนปัจจุบันมีความแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานกลางในการกำหนดนิยามและจัดกลุ่มกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า Taxonomy แม้ว่าในหลายประเทศจะมีการกำหนดนิยามความเขียวขึ้นมาแล้ว แต่บริบทของไทยก็ไม่ได้เหมือนกับต่างประเทศ”

ดังนั้น ธปท. สำนักงาน ก.ล.ต. และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงาน Thailand Taxonomy เพื่อผลักดันให้มี Thailand Taxonomy ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย และสอดคล้องกับหลักสากล

โดยในระยะที่ 1 จะมุ่งเน้นวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเรื่อง climate change mitigation ก่อน และครอบคลุมภาคเศรษฐกิจที่สำคัญที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ได้แก่ ภาคพลังงานและภาคการขนส่ง และเราจะทยอยทำในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น ๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรในระยะต่อไป

สำหรับภาคการเงิน ธปท.คาดหวังว่าสถาบันการเงินจะนำ Thailand Taxonomy ไปใช้เป็นจุดยึดโยงเพื่อประเมินสถานะของตนเองและลูกค้า (1) เพื่อให้ทราบว่าสถานะพอร์ตในภาพรวมของสถาบันการเงินมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมแค่ไหน จะได้บริหารจัดการความเสี่ยงได้ และ (2) เพื่อให้ทราบว่าลูกค้าของสถาบันการเงินจัดอยู่ในกลุ่มไหน

ซึ่งการที่สถาบันการเงินทราบสถานะของทั้งตนเองและลูกค้านั้น จะทำให้สถาบันการเงินสามารถเริ่มต้นตั้งเป้า ปรับกลยุทธ์และการดำเนินงานภายใน วางแผนปรับตัว ออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจไปสู่เส้นทางที่เป็นสีเขียวมากขึ้นได้อย่างราบรื่นและทันการณ์

“ต้องขอขอบคุณคณะทำงาน Thailand Taxonomy ที่ช่วยกันจัดทำ Thailand Taxonomy ระยะที่ 1 จนเสร็จสมบูรณ์ และขอขอบคุณ International Finance Corporation ที่สนับสนุนเงินทุนในการจัดทำมาตรฐานนี้ รวมทั้งขอขอบคุณทุกภาคส่วนสำหรับความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ที่ได้ส่งมาให้คณะทำงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาคส่วนต่าง ๆ จะนำ Thailand Taxonomy มาใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการกำหนดนโยบายหรือกลยุทธ์การสร้างโอกาสในการหาแหล่งเงินทุน ตลอดจนการบริหารจัดการโอกาสและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม”

สำหรับภาคการเงิน ธปท.คาดหวังว่าสถาบันการเงินจะนำ Thailand Taxonomy ไปใช้เป็นจุดยึดโยงเพื่อประเมินสถานะของตนเองและลูกค้า (1) เพื่อให้ทราบว่าสถานะพอร์ตในภาพรวมของสถาบันการเงินมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมแค่ไหน จะได้บริหารจัดการความเสี่ยงได้ และ (2) เพื่อให้ทราบว่าลูกค้าของสถาบันการเงินจัดอยู่ในกลุ่มไหน


ซึ่งการที่สถาบันการเงินทราบสถานะของทั้งตนเองและลูกค้านั้น จะทำให้สถาบันการเงินสามารถเริ่มต้นตั้งเป้า ปรับกลยุทธ์และการดำเนินงานภายใน วางแผนปรับตัว ออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจไปสู่เส้นทางที่เป็นสีเขียวมากขึ้นได้อย่างราบรื่นและทันการณ์