ธปท.เกาะติดผลโหวตนายกฯ 19 ก.ค.นี้ ชี้ยังไม่กระทบความเชื่อมั่น

ธปท.เกาะติดผลโหวตนายกฯ 19 ก.ค.นี้
ชญาวดี ชัยอนันต์

ธปท.มองการเมืองยืดเยื้อกระทบการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า แต่ยังไม่กระทบความเชื่อมั่น-เศรษฐกิจ ระบุต้องติดตามผลโหวต 19 ก.ค.นี้

วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง และยังประเมินสถานการณ์ได้ยากว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจะจัดตั้งได้เมื่อไร โดยความล่าช้าที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐปี 2567 ไม่สามารถออกมาใช้ได้

อย่างไรก็ดี ในส่วนการเบิกจ่ายงบฯประจำยังมีงบฯกลางที่ยังใช้ดำเนินการไปได้อยู่ อาจไม่ได้ติดขัดมาก จะมีเพียงการเบิกจ่ายที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ยังไม่สามารถมีโครงการใหม่ ๆ ได้

อย่างไรก็ดี ต้องติดตามสถานการณ์ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย จะสามารถสำเร็จเสร็จสิ้นได้หรือไม่ ส่วนกระแสข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนโหวตนายกฯ จากอีกพรรคการเมืองหนึ่งนั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ามีผลต่อเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมั่นอย่างไรหรือไม่

ซึ่ง ธปท.ได้ทำการประเมินจากหลายกรณีไว้ทั้งหมดแล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง จากปัจจุบัน ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.6% ในปี 2566 และขยายตัว 3.8% ในปี 2567


“การลงทุนยังต้องรอความชัดเจนจากการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ ส่วนเรื่องความเชื่อมั่นในเวลานี้เชื่อว่ายังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะดูข้อมูลเบื้องต้นก็ยังมีความเชื่อมั่นอยู่ ซึ่งจากเปรียบเทียบในอดีตที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยไม่ว่าจะมีความวุ่นวายทางการเมือง เกิดการประท้วง ก่อม็อบก็ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบใด ๆ มาก ยกเว้นหากเกิดความรุนแรงยืดเยื้อลากยาวจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก”