ดอลลาร์แข็งค่า ขานรับภาคบริการสหรัฐแข็งแกร่ง

ดอลลาร์
ภาพ : pixabay

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 6 ธันวาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/12) ที่ระดับ 35.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (4/12) ที่ระดับ 34.94/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.33% แตะที่ระดับ 104.05 ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง

โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 ในเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 51.8 ในเดือนตุลาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52 รายงานระบุว่า ภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจเพิ่มขึ้น แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่จะยังคงทรงตัวก็ตาม ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม

ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่ อีกทั้ง เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.8 ในเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 50.6 ในเดือนตุลาคม และเท่ากับตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระดับ 50.8

อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ใกล้ลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งหากต่ำกว่าระดับดังกล่าวจะบ่งชี้ภาวะหดตัวในภาคบริการของสหรัฐ อีกทั้ง สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 617,000 ตำแหน่ง สู่รดับ 8.733 ล้านตำแหน่งในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 9.300 ล้านตำแหน่ง โดยตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสนใจ

โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเจ้าหน้าที่เฟดเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 12-13 ธันวาคมนี้

โดยนักลงทุนให้น้ำหนักเกือบ 100% ในการคาดการณ์ว่า เฟดจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนมีนาคม 2567 ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.00-35.27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และเปิดตลาดที่ระดับ 35.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยภายในภูมิภาค ไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล เซอร์วิสรารงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนเพิ่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 51.5 ในเดือนพฤศจิกายนจาก 50.4 ในเดือนตุลาคม โดยดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคบริการมีการขยายตัวในอัตราที่เร็วขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

อีกทั้งยังมีการเปิดเผยผลสำรวจบ่งชี้ว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.7 ในเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 49.5 ในเดือนตุลาคม โดยดัชนี PMI เดือนพฤศจิกายนของจีนขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 3 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 49.8 หลังได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อที่ปรับตัวสูงขึ้น โดย นายหวัง เจ๋อ นักเศรษฐศาสตร์ของไฉซินเปิดเผยว่า

ข้อมูล PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่แข็งแกร่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจีนแสดงสัญญาณการฟื้นตัว โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นในตลาดเพิ่มขึ้น

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/12) ที่ระดับ 1.0793/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (4/12) ที่ระดับ 1.0873/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโรน โดยระหว่างค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่องหลังมีการเปิดเผยตัวเลขยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนตุลาคมองเยอรมนี หดตัวลงอยู่ที่ระดับ 0.7% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 0.2% และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวที่ระดับ 0.7% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0773-1.0801 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แลปิดตลาดที่ระดับ 1.0776/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่เางินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/12) ที่ระดับ 147.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (4/12) ที่ 146.61/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐขานรับภาคบริการสหรัฐ ที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาด

ขณะที่นักลงทุนจับตาสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ (8/12) เมื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.88-147.39 เยน/ดอลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.16/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้และพรุ่งนี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพฤศจิกายนจาก ADP ของสหรัฐ (6/12), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จาสำนักงานสานสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (6/12), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนตุลาคมของสหรัฐ (6/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (7/12) และ สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนตุลาคมของสหรัฐ (7/12)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.9/-9.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.8/-8.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ