“ลีสซิ่งมอ’ไซค์” ดิ้นสู้ตลาดแผ่ว แตกไลน์สินเชื่อเงินสด-สยายปีก CLMV

ปี 2561 เป็นปีที่นักธุรกิจต่างคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะสดใสกว่าปีก่อน ๆ ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ก็จะสะท้อนผ่านกำลังซื้อการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า เวลาที่มีกำลังซื้อดีขึ้นก็จะซื้อรถมอเตอร์ไซค์กัน ซึ่ง 2-3 ปีก่อนเศรษฐกิจโตกระจุก ทำให้กลุ่มรากหญ้ายังเหี่ยวแห้ง ยอดขายรถมอเตอร์ไซค์ก็แผ่วไป ซึ่งสิ้นปี 2560 ที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน แต่ก็ยังไม่สูงสุดเท่าในอุตสาหกรรมอย่างปี 2555 ที่อยู่ระดับ 2.1 ล้านคัน ธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ปีนี้จะมีโอกาสสดใสหรือไม่ ลองมาฟังเสียงสะท้อนจาก 2 ค่ายที่ปล่อยกู้กันหลังจากผ่านมา 3 เดือนแรกแล้ว

เริ่มกันที่ “ทวีพล เจริญกิตติคุณไพศาล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ลีส จำกัด (WL) ผู้ให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ในกลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ฉายภาพในช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมา ธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งตลาดโดยรวม เติบโตเพียง 1-2% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าปีนี้ยอดขายรถจักรยานยนต์ใหม่ยังคงโตชะลอตัวอยู่ที่ 1.87 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.2% จากปี 2560

ทวีพล เจริญกิตติคุณไพศาล – ประพล พรประภา

ในส่วนของบริษัท นายทวีพลกล่าวว่า มีการเติบโตกว่าตลาดโดยรวม หลังจากที่ช่วง 3 เดือนแรกยอดปล่อยกู้ใหม่ของรถจักรยานยนต์โตราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังด้วย จึงวางเป้าหมายว่าปีนี้ ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท โต 30% จากปี 2560 ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5,000 ล้านบาท โต 10-20% จากปีก่อน

โดยปีนี้กลยุทธ์ของบริษัทจะเน้นขยายงานในพื้นที่ใหม่ ๆ อีก 10 จังหวัด เช่น ภาคใต้ อีสานตอนเหนือ ภาคเหนือ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 40 จังหวัด และจะเน้นกลุ่มลูกค้าอาชีพอิสระที่มีรายได้ 10,000-20,000 บาท/เดือน และมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 15,000-20,000 บาท/เดือน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้า 70% จะเป็นกลุ่มอาชีพอิสระ

“ตอนนี้แม้ว่า 90% ของพอร์ตสินเชื่อเรายังเป็นรถจักรยานยนต์ใหม่ แต่เรามองในระยะข้างหน้าว่าตลาดมอเตอร์ไซค์จะอิ่มตัว เพราะคนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยกันมากขึ้น คนซื้อรถมอเตอร์ไซค์ก็ลดลง อีกอย่างราคารถยนต์ถูกลงทำให้ลูกค้าบางส่วนหันไปซื้อรถยนต์ ดังนั้นบริษัทต้องปรับตัวหลายอย่าง เช่น มีสินเชื่อจำนำทะเบียนเพื่อตอบสนองลูกค้าที่มีรถอยู่แล้ว และต่อไปเราจะมีสินเชื่อที่ใช้ซื้อของอุปโภคบริโภค ซึ่งเรามีฐานลูกค้าที่มีประวัติดีอยู่แล้ว เราก็เลือกให้สินเชื่อได้โดยมีความเสี่ยงที่ต่ำลง”

Advertisment

นายทวีพลกล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะมารุกตลาดสินเชื่ออุปโภคบริโภค ซึ่งในช่วงไตรมาส 2 นี้ บริษัทกำลังดำเนินการขออนุญาตผู้กำกับเพื่อให้บริการสินเชื่ออุปโภคบริโภค เพื่อให้บริษัทสามารถขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีประวัติการชำระเงินที่ดี

ด้าน “ประพล พรประภา” กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2561 นี้ยอดสินเชื่อเช่าซื้อรวมไตรมาสแรกของบริษัทน่าจะโตได้ราว 1% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เพราะเป็นฤดูกาลที่สินเชื่อจะชะลอตัวแต่คาดว่าสินเชื่อจะเริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีตั้งแต่ช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มมีทิศทางที่เป็นบวก และมองว่าราคาสินค้าเกษตรปีนี้ไม่น่าจะอยู่ระดับต่ำ จึงน่าจะทำให้กำลังซื้อในประเทศปรับตัวดีขึ้น และจะส่งผลมาถึงการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่ด้วย

ดังนั้น บริษัทจึงยังคาดว่าปีนี้ยอดสินเชื่อเช่าซื้อรวมทั้งในและต่างประเทศแตะ 10,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2560

นายประพลยังกล่าวถึงแผนขยายงานในต่างประเทศของบริษัทว่า จะเน้นขยายงานในประเทศเพื่อนบ้านที่ยอดขายรถมอเตอร์ไซค์ขยายตัวสูง เพราะโครงสร้างประชากรยังอายุน้อย และมีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำกว่าของไทย โดยสิ้นปี 2561 นี้คาดว่าจะมีสาขาในกัมพูชารวม 9 แห่ง สปป.ลาว 3 แห่ง รวมถึงอยู่ระหว่างการดำเนินการในเมียนมา

Advertisment

“เราตั้งเป้าหมายว่า ปี 2563 จะมีสัดส่วนลูกหนี้เช่าซื้อในไทยและต่างประเทศที่ 50 : 50 จากปัจจุบัน (ปี 2561) ลูกหนี้เช่าซื้อในต่างประเทศอยู่ที่ 10% ของพอร์ตทั้งหมด ซึ่งทางบริษัทพร้อมที่จะขยายธุรกิจผ่านการ M&A (ควบรวมกิจการ) การเฟ้นหาพันธมิตร และบริษัทที่จะ M&A อย่างต่อเนื่อง”

สุดท้ายตลาดสินเชื่อจักรยานยนต์จะขยับตัวไปทางไหนคงต้องรอดู