ค่าเงินบาทอ่อนค่า หลังตลาดคลายความวิตกซีเรีย

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันอังคาร (17/4) ที่ระดับ 31.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (12/4) ที่ 31.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ จากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังจากที่สถานการณ์การโจมตีซีเรียจากสหรัฐและเหล่าพันธมิตรคลี่คลายลง

ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ได้แก่ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐ ประจำเดือนมีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% ขณะที่ยอดค้าปลีกขั้นพื้นฐาน (Core Retail Sales) ที่ไม่รวมรถยนต์และน้ำมันยังคงทรงตัวที่ 0.2% ในเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนยังไม่ได้ฟื้นตัวชัดเจน แต่อาจเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ตัวเลขดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 23.2 ในเดือนเมษายน ปรับตัวสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 20 นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต (Beige Book) ที่ระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ ยังคงเป็นบวก รวมไปถึงความคิดเห็นของประธานเฟดสาขาต่าง ๆ ที่เป็นไปในทิศทางบวกต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยนายชาร์ลส์ อีเวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาชิคาโก ได้กล่าวว่า เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะร้อนแรงจนเกินไป เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาซานฟรานซิสโก คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2.2% ภายในปีนี้ จากความคิดเห็นเชิงบวกของประธานเฟดส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (19/4) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 2.90% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 3.00% แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตามองความคืบหน้าของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐ และรัสเซีย หลังจากการโจมตีซีเรียของสหรัฐ รวมไปถึงผลการประชุมระหว่างประธานาธิบดีดีโนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ จากญี่ปุ่น โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.17-31.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (20/4) ที่ระดับ 31.32/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับความเห็นของประธานเฟดแต่ละสาขานั้น ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยนายแคปแลน สาขาดัลลัสได้กล่าวสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และ 3 ครั้งในปีหน้า โดยอยู่ในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากไม่ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่นายคาสคารี่ ประธาน Fed สาขามินนาโพลิส ได้กล่าวว่า ในเวลานี้ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย และให้ติดตามอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันอังคาร (17/4) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2386/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ที่แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (12/4) ที่ 1.2368/70 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยถึงแม้ว่าหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของธนาคารกลางยูโร (ECB) นายปีเตอร์ แพรท ได้ออกมาแสดงความคิดโดยกล่าวว่า ECB ยังคงต้องมีความอดทนและรอบคอบในการดำเนินนโยบาย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ทั้งนี้ยังต้องจับตาตัวเลข ZEW Economic Sentiment ของเยอรมัน ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับค่าเงินยูโรยังได้รับแรงกดดันจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในกลุ่มสหภาพยุโรป ที่เริ่มส่งสัญญาณจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ปรับตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจเยอรมนี (ZEW) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ -8.2 ในเดือนเมษายน จากระดับ 5.1 ในเดือนมีนาคม และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ -1.0 นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 1.4% เนื่องจากตลาดมีความกังวลต่อสงครามการค้าโลกในช่วงที่ผ่านมา โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2293-1.2413 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2293/95 ดอลลาร์สหรับ/ยูโร


สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันอังคาร (17/4) ที่ระดับ 107.00/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (12/4) ที่ 106.87/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ ค่าเงินเยนอ่อนค่าหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ทั้งนี้ตลาดเฝ้าจับตาดูการเดินทางไปพบปะของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ เพื่อหารือในประเด็นการเข้าพบ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ รวมถึงประเด็นมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหรัฐ โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.85-107.73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.66/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ