ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง หลังเฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยปีหน้า

US dollar
(file photo) REUTERS/Mohamed Azakir

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังเฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยปีหน้า และยังคาดว่าเฟดอาจจะปรับลดดอกเบี้ยถึงจำนวน 6 ครั้งในปี 2567 ซึ่งมากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณ

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/12) ที่ระดับ 34.94/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ (18/12) ที่ระดับ 34.98/35.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณยุติวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปีหน้า นอกจากนี้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม ปี 2567 และยังคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 6 ครั้งในปี 2567 โดยปรัลลดครั้งละ 0.25% รวม 1.50 ซึ่งมากกว่าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75%

ทั้งนี้ แม้ว่านายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กจะกล่าวว่า ยังคงเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะคิดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม 2567 โดยเฟดจะยังคงพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งหากเงินเฟ้อกลับมาดีดตัวขึ้น เฟดก็พร้อมที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

และนายออสแทน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า ตลาดอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อข้อความที่เฟดต้องการสื่อสารในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดิ่งลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว หลังนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 6 ครั้งในปีหน้า ซึ่งแตกต่างจากที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 3 ครั้ง

นอกจากนี้คืนวานนี้ (18/12) สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (HAHB)ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 3 จุด สู่ระดับ 37 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

สำหรับปัจจัยในประเทศ ช่วงบ่ายวันนี้ (19/12) มีการประชุม ครม. เรื่องมาตรการช่วยเหลือค่าครอชีพประชาชน ทั้งในส่วนของค่าไฟฟ้างวดใหม่ ซึ่งกระทรวงพลังงาน จะเสนอให้ตรึงค่าไฟสำหรับครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟไม่เกินเดือนละ 300 หน่วย ไว้ที่ 3.99 บาท/หน่วย ส่วนกลุ่มผู้ใช้ไฟทั่วไปและภาคอุตสาหกรรม จะให้อยู่ที่ไม่เกิน 4.20 บาท/หน่วย รวมทั้งการขยายมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาท/ลิตร หรือให้ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ออกไปอีก

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.91-35.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.99/35.01 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/12) ที่ระดับ 1.0921/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/12) ที่ระดับ 1.0918/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี (Ifo) เปิดเผยผลสำรวจช่วงเย็นวานนี้ (18/12) โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวลดลงสวนทางการคาดการณ์ในเดือนธันวาคม

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีอยู่ที่ 86.4 ในเดือนธันวาคม ซึ่งลดลงจาก 87.2 ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักวิเคราะห์จากสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 87.8 ขณะเดียวกันกลุ่มบริษัทเยอรมนีมีความไม่แน่ใจมากขึ้นในสภาพธุรกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 โดยความคาดหวังในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลงสู่ 84.3 ในเดือนธันวาคม จาก 85.1 ในเดือนพฤศจิกายน โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0913-1.0944 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0942/44 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/12) ที่ระดับ 142.45/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (18/12) ที่ระดับ 142.46/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมวันนี้ (19/12) ซึ่งรวมถึงการตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งทางคณะกรรมการ BOJ มีมติอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ -0.1% และยังคงให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวที่ระดับราว 0%

นอกจากนี้ BOJ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) จากการประชุมเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม โดยกำหนดเพดานกรอบบนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ระดับ 1.0% และให้ระดับดังกล่าวเป็นระดับอ้างอิง เพื่อให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสามารถปรับตัวขึ้นได้ โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 142.23-144.68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.55/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน (19/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (20/12), ยอดขายบ้านมือสอง (20/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 3/2566 (21/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (21/12), ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (22/12), คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (22/12), คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (22/12), ยอดขายบ้านใหม่ (22/12) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน (22/12)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.5/9.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 9.7/-8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ