ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ 23 วัน ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 324 ราย หนี้หาย 103 ล้าน

หนี้ หนี้สิน หนี้นอกระบบ
Photo by Mikhail Nilov on Pexels

ปลัดมท. เผยผลลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบครบ ระบบครบ 23 วัน ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 324 ราย มูลหนี้ลดร่วม 103 ล้าน ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 107,625 ราย มูลหนี้รวม 6,763 ล้าน เช็คจังหวัดไหนลงทะเบียนมากสุด-น้อยสุด 5 อันดับแรก

วันที่ 24 ธันวาคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นวันที่ 23 นับตั้งแต่เปิดลงทะเบียน โดยจากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.30 น. มีมูลหนี้รวม 6,763.901 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 107,625 ราย

โดยเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 93,865 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 13,760 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 78,213 ราย

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร ยังคงมากที่สุด มีผู้ลงทะเบียน 6,781 ราย เจ้าหนี้ 5,814 ราย มูลหนี้ 582.233 ล้านบาท
  2. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 4,602 ราย เจ้าหนี้ 3,844 ราย มูลหนี้ 288.011 ล้านบาท
  3. จังหวัดสงขลา มีผู้ลงทะเบียน 4,250 ราย เจ้าหนี้ 3,052 ราย มูลหนี้ 263.761 ล้านบาท
  4. จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 4,135 ราย เจ้าหนี้ 2,662 ราย มูลหนี้ 315.037 ล้านบาท
  5. จังหวัดขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน 2,843 ราย เจ้าหนี้ 2,321 ราย มูลหนี้ 214.730 ล้านบาท

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 153 ราย เจ้าหนี้ 117 ราย มูลหนี้ 6.621 ล้านบาท
  2. จังหวัดระนอง มีผู้ลงทะเบียน 225 ราย เจ้าหนี้ 142 ราย มูลหนี้ 15.906 ล้านบาท
  3. จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 286 ราย เจ้าหนี้ 201 ราย มูลหนี้ 9.219 ล้านบาท
  4. จังหวัดตราด มีผู้ลงทะเบียน 357 ราย เจ้าหนี้ 230 ราย มูลหนี้ 12.564 ล้านบาท
  5. จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 386 ราย เจ้าหนี้ 256 ราย มูลหนี้ 14.943 ล้านบาท

นายสุทธิพงษ์  กล่าวว่า สำหรับข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ พบว่ามีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 1,566 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 324 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 155.915 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 52.627 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 103.288 ล้านบาท

ซึ่งมีจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุด คือ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 368 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 8 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 29.631 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 0.765 ล้านบาท ทำให้มูลหนี้ของพี่น้องประชาชนในจังหวัด ลดลงมากถึง 28.866 ล้านบาท

ปลัดมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มุ่งแก้ปัญหาเพื่อคืนรอยยิ้มให้ประชาชน ตั้งเป้าให้หนี้นอกระบบหมดไปจากสังคมไทย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้

ซึ่งในวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนตามนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมมอบแนวทางเพิ่มเติมให้มีพื้นที่พบปะเจรจาระหว่างเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และสถาบันการเงิน โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน

ซึ่งกระทรวงมหาดไทยในฐานะส่วนราชการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพหลักจะได้รับข้อสั่งการไปขับเคลื่อนขยายผลในทุกพื้นที่ โดยใช้กลไก นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และจัดเวทีเจ้าหนี้พบลูกหนี้และนำสถาบันการเงินมาร่วมแก้ปัญหาด้วย ส่วนกรณีเจ้าหนี้ที่เก็บดอกเบี้ยแพงเกินไป เจ้าหน้าที่ก็ต้องเรียกมาเจรจาและดำเนินการทางกฎหมายโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ยึดหลักการทำงานที่ท่านฯ ได้ให้ไว้เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่ง ใจความว่า ‘การทำงานสั่งวันนี้ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน’ จึงได้ดำเนินการจัดให้มีการทำงานคู่ขนานกัน

นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการประสานบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ โดยจะเชิญเจ้าหนี้นอกระบบมาพูดคุยเพื่อพิสูจน์ความจริง และดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนของการไกล่เกลี่ย เพื่อเป็นการยุติหนี้นอกระบบที่มีการเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด

ซึ่งในขณะนี้พบว่าการไกล่เกลี่ยประสบผลสำเร็จในเบื้องต้นมากถึงร้อยละ 20 ของจำนวนลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ซึ่งทำให้มูลหนี้ของพี่น้องประชาชนลดไปแล้วกว่า 103 ล้านบาท


“กระทรวงมหาดไทยยังคงเปิดรับลงทะเบียนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งทางออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th หรือวอร์กอินได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่” นายสุทธิพงษ์ กล่าว