ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ ครบ 1 เดือน 114,307 ราย มูลหนี้ 7,377 ล้าน

หนี้ หนี้สิน หนี้นอกระบบ แก้หนี้
Photo by Mikhail Nilov on Pexels

ปลัด มท. เผยผลลงทะเบียนหนี้นอกระบบ ครบ 1 เดือน ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 114,307 ราย มูลหนี้ 7,377 ล้านบาท ไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 934 ราย เช็คจังหวัดไหนลงทะเบียนมากสุด-น้อยสุด 5 อันดับแรก

วันที่ 1 มกราคม 2567 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นวันที่ 31 ครบ 1 เดือน นับตั้งแต่เปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นมา โดยจากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.30 น. มีมูลหนี้รวม 7,377.695 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 114,307 ราย

โดยเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 99,038 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 15,269 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 84,632 ราย

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร ยังคงมากที่สุด มีผู้ลงทะเบียน 7,140 ราย เจ้าหนี้ 6,241 ราย มูลหนี้ 623.233 ล้านบาท
  2. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 4,866 ราย เจ้าหนี้ 4,191 ราย มูลหนี้ 311.716 ล้านบาท
  3. จังหวัดสงขลา มีผู้ลงทะเบียน 4,499 ราย เจ้าหนี้ 3,310 ราย มูลหนี้ 290.406 ล้านบาท
  4. จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 4,367 ราย เจ้าหนี้ 2,859 ราย มูลหนี้ 337.060 ล้านบาท
  5. จังหวัดขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน  3,038 ราย เจ้าหนี้ 2,521 ราย มูลหนี้ 232.255 ล้านบาท

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 169 ราย เจ้าหนี้ 138 ราย มูลหนี้ 8.830 ล้านบาท
  2. จังหวัดระนอง มีผู้ลงทะเบียน 235 ราย เจ้าหนี้ 161 ราย มูลหนี้ 17.594 ล้านบาท
  3. จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 305 ราย เจ้าหนี้ 220 ราย มูลหนี้ 9.886 ล้านบาท
  4. จังหวัดตราด มีผู้ลงทะเบียน 379 ราย เจ้าหนี้ 260 ราย มูลหนี้ 15.038 ล้านบาท
  5. จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 410 ราย เจ้าหนี้ 274 ราย มูลหนี้ 19.645 ล้านบาท

ปลัดมหาดไทย  กล่าวว่า สำหรับข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ พบว่ามีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 4,353 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 934 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 257.770 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 126.120 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 131.650 ล้านบาท

ซึ่งจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุดยังคงเป็นจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 1,136 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 23 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 89.457 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 1.827 ล้านบาท ทำให้มูลหนี้ของพี่น้องประชาชนในจังหวัด ลดลงมากถึง 87.630 ล้านบาท

สำหรับกรณีที่ไม่ได้รับความร่วมมือกระทั่งไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งสำนวนแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจในพื้นที่ ซึ่งในขณะนี้ ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว 25 รายทั้งประเทศ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นรูปธรรมและแก้ไขปัญหาหนี้สินรายย่อยเชิงรุกให้กับประชาชน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้นอกระบบที่มีความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ หรือให้ทางราชการแก้ไขปัญหาในการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ

ซึ่งตลอดการลงทะเบียนที่ผ่านมาทางนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยได้ใช้กลไกทางปกครองและอำนาจตามกฎหมาย ควบคู่กับการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยเชิญทุกฝ่ายมาพูดคุยหาข้อตกลงที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตามต้องขอเน้นย้ำไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ได้กำชับและติดตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการนำผู้ที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ มาเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพิ่มพูนความสุข โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ให้พี่น้องประชาชนจะกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก

หากมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้จะได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จะถือเป็นโอกาสที่ดียิ่งที่ญาติพี่น้องผู้เป็นหนี้นอกระบบจะได้ชักชวน จูงใจให้ญาติของตนเองเข้าไปลงทะเบียนหนี้นอกระบบ พร้อมเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อปลดวงจรความทุกข์ยากให้หมดสิ้นไป เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนผู้เป็นหนี้นอกระบบ


“กระทรวงมหาดไทย ยังคงเปิดรับลงทะเบียนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งทางออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th หรือวอร์คอินได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว