หุ้นไทยแกว่งตัว 1,405-1,420 จุด ฟันด์โฟลว์ไหลออกกดดันตลาด จับตางบแบงก์

หุ้น

บล.กรุงศรีพัฒนสินฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัว 1,405-1,420 จุด ถูกกดดันจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออกตามความไม่แน่นอนดอกเบี้ย FED หวังแรงซื้อดักผลประกอบการปี 2566 ช่วยหนุนดัชนีรีบาวนด์ จับตาประกาศกำไรกลุ่มธนาคาร วันนี้ตัวแรก TISCO

วันที่ 15 มกราคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีพัฒนสินฯ รายงานว่า ตลาดหุ้นวานนี้ดัชนี SET Index เพิ่มขึ้น 5 จุด (+0.38%) ปิดที่ระดับ 1,414 จุด จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีก นำโดย CPAXT หลังนักวิเคราะห์ประเมินงบไตรมาส 4/2566 คาดโตแรงทั้ง QOQ และ YOY จาก SSSG ที่เพิ่มขึ้นและมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากการ Refinance

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET แกว่งตัวกรอบ 1,405-1,420 จุด ภาวะตลาดยังคงถูกกดดันจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออกตามความไม่แน่นอนทิศทางอัตราดอกเบี้ย FED หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐชะลอการหดตัว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีแรงซื้อกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และแรงซื้อดักผลประกอบการปี 2566 ช่วยหนุนให้ดัชนีรีบาวนด์ขึ้นได้ จึงแนะนำเลือกซื้อต่อไป

ประเด็นสำคัญวันนี้คือ 1.PTT, PTTGC มี Downside จากการปรับสูตรราคาก๊าซและมีค่าปรับ (Short Fall) โดยเมื่อวันศุกร์ PTT แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้แจงผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการปรับสูตรราคาก๊าซ คาดมีผลกระทบต่อการดำเนินงานประมาณ 6,500 ล้านบาท สำหรับระยะเวลา 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 2567) ซึ่งอาจจะ Sharing ผลกระทบกับ PTTGC ในอนาคต และ 2.มีค่าปรับการส่งมอบก๊าซไม่ได้ตามเงื่อนไข (Short Fall) 4,300 ล้านบาท (PTT ยังไม่เห็นด้วยกับกรณีดังกล่าวและอาจจะใช้สิทธิอุทธรณ์
ต่อไป)

2.กลุ่มธนาคารประกาศงบฯไตรมาส 4/2566 คาดหดตัว QOQ แต่โตแรง YOY เบื้องต้น BB Consensus คาดกำไรสุทธิรวมของ 7 แบงก์ขนาดใหญ่จะมีกำไรสุทธิรวมที่ 4.69 หมื่นล้านบาท ลดลง 7% QOQ แต่เพิ่มขึ้น 53% YOY โดย BBL คาดจะมีกำไรสุทธิมากสุดที่ 10,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YOY ตามด้วย KBANK 10,320 เพิ่มขึ้น 223% YOY (TISCO ประกาศงบฯแห่งแรกวันนี้ 15 ม.ค. 2567)


3.วันนี้จับตาประชุมแบงก์ชาติจีนคาดปรับลด RRR Rate เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย PBoC มีกำหนดประชุมในวันจันทร์ที่ 15 ม.ค. คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย MLF ที่ 2.5% ตามเดิม แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ PBoC กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ด้วยการปรับลดอัตราการกันสำรองเงินฝากของธนาคารหรือ RRR Rate เพื่อกระตุ้นให้มีการปล่อยกู้หรือเพิ่มเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น