ดอลลาร์แข็งค่า รับตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ

เงินดอลลาร์สหรัฐ
FILE PHOTO: REUTERS/Dado Ruvic/

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า รับตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะที่เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ในทิศทางอ่อนค่า ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศปี 2566 ไม่ค่อยดีนัก หลังขยายตัวเพียง 1.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

วันที่ 25 มกราคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/1) ที่ระดับ 35.76/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ยังคงอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/1) ที่ระดับ 35.66/67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบไปในทิศทางอ่อนค่า โดยเมื่อคืนวันพุธ (24/1) เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือน ม.ค.ของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 50.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือน จากระดับ 47.9 ในเดือน ธ.ค. และระดับ 47.9 ที่คาดการณ์ไว้ ในส่วนของดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือน ม.ค. ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 52.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน จากระดับ 51.4 ในเดือน ธ.ค. และระดับ 51.0 ที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ทั้งเศรษฐกิจภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐมีการขยายตัว สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี และการร่วงลงของราคาทองคำ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยไม่ดีนัก หลังผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2566 ขยายตัวเพียง 1.8% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ด้านรัฐบาลพยายามหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมั่นใจว่า จะมีนโยบายอื่น ๆ ตามมา นอกเหนือจากดิจิทัลวอลเลต ซึ่งได้มีการพูดคุยกับ รมช.คลัง และ ผอ.สศค.

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.64-35.80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/1) ที่ระดับ 1.0871/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/1) ที่ระดับ 1.0895/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดจับตารอผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนนี้ (25/1) ซึ่งคาดการณ์ว่า ECB จะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 4% และคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงหลักไว้ที่ 4.5%

สำหรับการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มในเดือน เม.ย. เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือน ธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของ ECB ที่ระดับ 2.0% ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ ECB ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2567

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0868-1.0899 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0892/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/1) ที่ระดับ 147.75/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (24/1) ที่ 147.58/60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นายฮารุยะ อิดะ นักวิเคราะห์ตลาดของรอยเตอร์ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจใกล้ที่จะยุตินโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาปรับเข้าใกล้กันมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี นายอิดะมองว่าการคาดการณ์ดังกล่าวของนักลงทุนอาจจะเป็นการคาดการณ์ในเวลาที่เร็วเกินไป และอาจจะดำรงอยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ นายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณในวันอังคารที่ผ่านมาว่า มีความคืบหน้าในความพยายามของ BOJ ในการทำให้อัตราเงินเฟ้อเข้าสู่เสถียรภาพที่ระดับใกล้เป้าหมายที่ 2% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.39-147.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.67/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ประชุมนโยบายการเงินของ ECB (25/1), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของสหรัฐ (GDP) ไตรมาส 4/2566 (25/1), ดัชนีราคาใช้จ่ายส่วนบุคคลสหรัฐเดือน ธ.ค. (25/1), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐเดือน ธ.ค. (25/1), ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐเดือน ธ.ค. (25/1), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีจากสถาบัน GfK เดือน ก.พ. (26/1) และดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน ธ.ค. (26/1)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.7/-8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.7/-3.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ