บาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า จับตาการประชุมเฟดคืนนี้

ค่าเงินบาท

เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า จับตาการประชุมเฟดคืนนี้ รวมถึงถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐต่อไป

วันที่ 31 มกราคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 31 มกราคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/1) ที่ระดับ 35.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/1) ที่ระดับ 35.37/38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานในเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 101,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 9.026 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 8.750 ล้านตำแหน่ง

รวมถึงผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 114.8 ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564 จากระดับ 108.0 ในเดือน ธ.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 115.0

นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐในคืนนี้ และถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐต่อไป

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยรายงานเศรษฐกิจและการเงินประจำเดือนธันวาคม 2566 ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ยังโตต่ำและฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคทั้งมิติของ GDP และการส่งออก โดยในเดือน ธ.ค. มูลค่าการส่งออกในเดือน ธ.ค.ขยายตัวเพียง 3.0% ส่วนมูลค่าการนำเข้าหดตัว 1.7% ส่งผลให้ไทยพลิกกลับมาเกินดุลการค้าที่ 2.3 พันล้านดอลลาร์ และเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 2.1 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ธปท.อาจปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 66 ลงจากที่เคยคาดไว้เดิมที่ 2.4% ตามรายรับภาคการท่องเที่ยวและมูลค่าการส่งออกไม่รวมทองคำที่ชะลอลงจากอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวช้า และส่วนหนึ่งจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของภาคการส่งออก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะปรับตัวเลข GDP ให้ลดลงไปต่ำกว่า 2% หรือไม่ เพราะต้องรอการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีการประชุมนัดแรกของปีนี้ในวันที่ 7 ก.พ. 67

ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลมีเจตนาลดทอนความคุ้มครองสถาบันกษัตริย์ลง ซึ่งนายพิธาและพรรคก้าวไกลมีทัศนคติสนับสนุนยกเลิกมาตรา 112 เซาะกร่อนบ่อนทำลายระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จึงสั่งให้ยุติการกระทำทุกอย่างเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 รวมทั้งเตือนทุกฝ่ายอย่าละเมิดอำนาจศาล โดยประเด็นดังกล่าวอาจเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.32-35.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/1) ที่ระดับ 1.0842/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/1) ที่ระดับ 1.0825/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยสำนักงานสถิติเยอรมนีรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกประจำเดือน ธ.ค. หดตัวที่ระดับ 1.6% เมื่อเทียบรายเดือน น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 0.6% แต่ถือเป็นการหดตัวน้อยกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 2.5% โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0805-1.0846 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0827/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (31/1) ที่ระดับ 147.48/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (31/1) ที่ 147.38/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานสรุปความคิดเห็น (Summary of Opinions) ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 22-23 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยกรรมการ BOJ จะเริ่มปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติกำลังใกล้เข้ามา ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าการขยายตัวของค่าจ้างจะทำให้เงินเฟ้อมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้กรรมการ BOJ หลายคนได้ระบุถึงความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

กรรมการรายหนึ่งกล่าวว่า BOJ จะสามารถเริ่มปรับนโยบายกลับสู่ภาวะปกติได้ภายในระยะเวลา 1 หรือ 2 เดือน การแสดงความเห็นดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า BOJ กำลังเตรียมความพร้อมที่จะเปลี่ยนแนวทางจากการใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินแบบพิเศษ ด้วยการยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ หรือยุติการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร แม้ว่ากรรมการทั้ง 9 คนของ BOJ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมเดือน ม.ค.ก็ตาม

ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.26-147.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.41/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (30/31) และธนาคารกลางอังกฤษ (1/2), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ ประจำเดือน ม.ค.จากสถาบัน ADP (31/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจากสถาบัน ISM ของสหรัฐ (1/2), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราการว่างงานและค่าจ้างรายชั่วโมงประจำเดือน ม.ค.ของสหรัฐ (2/2)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.6/8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.85/-5.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ