บาทอ่อนค่า หลังมีคณะกรรมการ กนง. 2 ท่านเสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย

เงินบาทอ่อนค่า

เงินบาทอ่อนค่า หลังมีคณะกรรมการ กนง. 2 ท่านเสนอให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/2) ที่ระดับ 35.60/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (7/2) ที่ระดับ 35.50/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง แม้ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก เนื่องจากมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา หลังดัชนีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ ที่ระดับ 104.55 จากการขานรับถ้อยแถลงของนายพาวเวลล์ ซึ่งระบุว่าเฟดจะดำเนินการอย่างระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยล่าสุดนางเอเดรียนา คุกเลอร์ กล่าวในการประชมสมาคมเศรษฐกิจแห่งเมืองบอสตันเมื่อวานนี้ (7/2) ว่า “เป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่เฟดจำเป็นต้องมีข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนที่จะพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย”

ขณะที่นางซูซาน คอลลินส์ กล่าวว่า “ขณะนี้เงินเฟ้อสหรัฐกำลังอยู่ในทิศทางที่มีเสถียรภาพและมีแนวโน้มที่จะลดลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% โดยหากสถานการณ์เงินเฟ้อยังคงมีความคืบหน้าเช่นนี้ เฟดก็อาจจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ดี เฟดจำเป็นต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลชขาดดุลการค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับ 6.22 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ธ.ค. สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 61.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน พ.ย. อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาทั้งปี 2566 ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 18.7% สู่ระดับ 7.734 แสนล้านดอลลาร์ และมีสัดส่วน 2.8% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยลดลงจากระดับ 3.7% ของปี 2565

สำหรับปัจจัยภายในประเทศเมื่อวานนี้ (8/2) กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ที่ระดับ 2.50% ต่อปี ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นว่าควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25% ต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐิจที่ต่ำลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง จากผลใติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ ส่งผลให้ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กนง.ได้มีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ลงเหลือ 2.5-3.0% จากเดิมที่ 3.2-3.8% ทำให้ตลาดมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทยังจำกัดอยู่ในกรอบประกอบกับตลาดยังจับตาปัจจัยทางเศรษฐกิจและถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.59-35.86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/2) ที่รดับ 1.0774/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (7/2) ที่ระดับ 1.0765/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากระหว่างวันไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจหรือปัจจัยใหม่ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0766-1.0789 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.07575/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/2) ที่ระดับ 148/22/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (7/2) ที่ 147.90/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายชินอิจิ อุจิดะ รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณในการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้นำธุรกิจท้องถิ่นที่จังหวัดนาราของญี่ปุ่นในวันนี้ (8/2) ว่ามีแนวโน้มที่จะคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน และโอกาสที่เงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมายของ BOJ ที่ 2% นั้น เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

แต่ BOJ จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงผลการเจรจาเกี่ยวกับค่าจ้างในช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างฝ่ายบริหารและสหภาพแรงงาน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.91-148.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 148.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐดิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมกราคมของจีน (8/2), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมของจีน (8/2), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (8/2) และสต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธันวาคมของสหรัฐ (8/2)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.00/-7.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.50/-4.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ