บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ลุ้นหารือดิจิทัลวอลเลตช่วงเย็น

เงินบาทอ่อนค่า

บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ลุ้นหารือดิจิทัลวอลเลตช่วงเย็น

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 36.10/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/2) ที่ระดับ 36.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่อง ภายหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมกราคม โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเมื่อคืนวันอังคาร (13/2) และคืนวานนี้ (14/2) ทางสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ได้มีการเปิดเผยสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 12 ล้นบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 3.3 ล้านบาร์เรล นอกจากนั้นทาง EIA ยังเปิดเผยว่า สต๊อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 710,000 บาร์เรล ส่วนสต๊อกน้ำมันเบนซินลดลง 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้ สต๊อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้เมื่อคืนวานนี้ (14/2) ยังมีทิศทางด้านสมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 2.3% ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองดีดตัวขึ้น

ทั้งนี้ จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยลดลง 3% ในสัปดาห์ที่แล้ว และลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนจำนวนผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์ลดลง 2% ในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อการจำนองแบบคงที่ระยะเวลา 30 ปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 766,550 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 6.87% จากระดับ 6.80% ในสัปดาห์ก่อนหน้า

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านระบบดิจิทัลวอลเลต ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ (15/2) โดยรัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาพิจารณาให้เกิดความรอบคอบมากยิ่งขึ้น และคณะกรรมการทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่

โดยจุดยืนของรัฐบาลในการดำเนินโครงการนี้จะถือเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ ส่วนที่ประชุมจะสามารถอนุมัติ พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท ได้เลยหรือไม่นั้นยังต้องรอการหารือกันก่อน ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.07-36.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.18/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 1.0725/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/2) ที่ระดับ 1.0700/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยช่วงเย็นวานนี้ (14/2) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Producton) เดือนธันวาคม เมื่อเทียบรายเดือน ขยายตัวถึง 2.6% มากกว่าคาดการณ์ที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.2%

โดยตัวเลขที่ปรับขึ้นมาได้แรงหนุนมาจาก Capital goods ที่ขยายตัวขึ้นมา 20.5% ส่วนประมาณการ GDP ไตรมาส 4/2566 เหมือนกับประมาณการเดิมที่คาดว่าจะโตขึ้น 0.1% เทียบรายปี และ 0% เทียบรายไตรมาส ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากระหว่างวันไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจหรือปัจจัยใหม่ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0723-1.0741 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0728/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/2) ที่ระดับ 150.22/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13/2) ที่ 150.60/63 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า GDP ไตรมาส 4/2566 ของญี่ปุ่นหดตัวลง 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ว่าอาจขยายตัว 1.4% หลังจากที่หดตัวลง 3.3% ในไตรมาส 3/2566

ซึ่งถือว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ส่งผลให้ตลาดไม่มั่นใจว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะสามารถยุติการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษได้หรือไม่ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.97-150.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 150.05/08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนมกราคมของสหรัฐ (15/2), ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนกุมภาพันธ์จากเฟดนิวยอร์ก (15/2), ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Ratail Sales) เดือนมกราคมของสหรัฐ (15/2), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมกราคมของสหรัฐ (16/2) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนกุมภาพันธ์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (16/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.40/-8.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.00/-1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ