“DBS” เจาะลูกค้าไทยมั่งคั่ง เสิร์ฟแพลตฟอร์มใหม่ใช้ AI ช่วยลงทุน

DBS

เมื่อโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การลงทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเป็นเครื่องมือวางแผนทางการเงินก่อนถึงวัยเกษียณ โดยผู้บริหาร ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซิเคียวริตี้ส์ โฮลดิ้งส์ (DBSV) และดีบีเอส กรุ๊ป สถาบันการเงินชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางแนะนำการลงทุนในไทย

“นายซิม ลิม” ประธานกรรมการ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซิเคียวริตี้ส์ โฮลดิ้งส์ และที่ปรึกษาอาวุโส ดีบีเอส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ดีบีเอส กรุ๊ป มีประสบการณ์การเงินมาอย่างยาวนาน โดยมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ในปีที่ผ่านมา (2566) มีกำไรสุทธิ 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ มี ROE (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น) ที่ 18% มีรายได้รวมกว่า 2.02 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์

นอกจากนี้ ยังเป็นธนาคารที่ได้รับการยอมรับในฐานะ Safest Bank inAsia อย่างต่อเนื่อง ได้รับเรตติ้ง AA- จากสถาบันจัดอันดับเครดิต ทั้ง S&P และ Moody’s ครอบคลุมการให้บริการด้วยเครือข่ายระดับโลก ให้บริการกว่า 19 ตลาดทั่วโลก แก่ลูกค้ากว่า 12 ล้านราย ครอบคลุมทั้งลูกค้ารายย่อย ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง รวมถึงกลุ่มบริษัทต่าง ๆ

เห็นโอกาสในประเทศไทย

“นายซิม” กล่าวว่า ดีบีเอส กรุ๊ปมีแผนนำเอาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จในสิงคโปร์ มาให้นักลงทุนไทยได้ใช้ โดยเห็นโอกาสในไทยคือ นักลงทุนในกลุ่มมั่งคั่ง(Affluent) และกลุ่มที่ชื่นชอบและเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี มีความสนใจการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

ขณะเดียวกัน คาดว่าจำนวนประชากรไทยจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในปี 2568 และโดยปี 2567 คาดจะมีประชากรอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 30% ซึ่งบริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมาก

โดยมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมด (AUM) จะเติบโตราว 10% ต่อปี จากกลุ่มมั่งคั่งที่มีเงินฝาก หรือเงินลงทุนตั้งแต่ 5-10 ล้านขึ้นไป และกลุ่มผู้มีรายได้สูง (Mass Affluent) ที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุนตั้งแต่ 1-5 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ในปัจจุบันยังได้รับบริการไม่ครอบคลุมทั่วถึง

นอกจากนี้ ประชากรในกรุงเทพฯ ที่สามารถลงทุนได้มีสัดส่วนราว 80% แต่ปัจจุบันมีลงทุนเพียง 20% เท่านั้น จึงเป็นโอกาสที่จะให้ความรู้ทางด้านการลงทุนเพิ่มเติม

“DBSV จะเน้นการลงทุนผ่านดิจิทัล โดยมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุน ซึ่งเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนจะไม่ต้องคาดเดา สามารถประเมินความเสี่ยงที่ได้ในการวางแผนก่อนเกษียณ”

เสนอบริการใหม่ครึ่งหลังปีนี้

“นายซิม” กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ดีบีเอส จะนำเสนอบริการให้คำแนะนำการลงทุน ที่ผสมผสานระหว่างบริการ โดยผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า Robo Advisor ภายใต้ชื่อ DBS digiPortfolio และบริการซื้อขายกองทุนรวม รวมถึงบริการการลงทุนแบบสม่ำเสมอ (DCA) ที่เน้นผลตอบแทนในระยะยาว

ซึ่งประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับก็คือ ไม่ต้องลงทุนจากการคาดเดา แต่จะได้รับข้อมูลเชิงลึก และการลงทุนที่ตรงกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยลูกค้าสามารถประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในการลงทุนด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถตัดสินใจลงทุน และวางแผนเกษียณได้อย่างมั่นใจ

“ตลาดในไทยยังเป็นตลาดที่ดีอยู่ ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคยังเติบโต เชื่อมั่นว่า GDP จะขยับขึ้นไปได้ รวมถึงยังมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นมากมายจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะก่อให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น การที่เม็ดเงินต่างชาติไหลออกไปอาจเป็นเรื่องของการจัดสรรสินทรัพย์ซึ่งเชื่อว่าตลาดไทยยังมีโอกาสอยู่”

ทั้งนี้ AUM (สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ) ของบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ณ สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่ม AUM ขึ้น 3 เท่าใน 1-2 ปีข้างหน้า

ชู AI ช่วยคนไทยจัดการลงทุน

ขณะที่ “อีวี่ ยิน นี วี” ผู้บริหารระดับสูง การวางแผนทางการเงิน และโซลูชั่นด้านความมั่งคั่ง ธนาคารดีบีเอส กล่าวว่า บริการการลงทุนดิจิทัลที่ครบวงจร จะมีการให้คำแนะนำโดย AI ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกสามารถใช้ได้จริงตามความต้องการแต่ละรายแบบ Hyper-Personlised เพื่อให้สามารถ
บริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนต่างประเทศที่ครอบคลุมหลักทรัพย์ 7 บริษัทสำคัญทั่วโลก

“เราเสนอบริการให้คำแนะนำแบบครบวงจร พร้อมเสนอโซลูชั่นช่วยให้ลูกค้าสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน และตอบโจทย์ความต้องการในวัยเกษียณได้”

ทั้งนี้ ผู้บริหารดีบีเอสย้ำว่า ยังคงดำเนินธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และศักยภาพทางการตลาดของไทย ซึ่งดีบีเอสมีความพร้อมที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักลงทุน รวมถึงเปิดโอกาสให้เข้าถึงการลงทุนใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลก มาให้คำแนะนำนักลงทุนในประเทศไทย