ระวัง Fed อาจลดดอกเบี้ยช้ากว่าคาด

ระวัง Fed
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : คมศร ประกอบผล TISCO ESU

ตลาดหุ้นโลกในปีนี้เริ่มต้นปีได้อย่างคึกคัก โดยดัชนี S&P500 ของสหรัฐยังพุ่งขึ้นต่อเนื่องจากปีที่แล้ว มาอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่ผลักดันตลาดหุ้นทั่วโลก ได้แก่ ความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) นั้น จะเริ่มลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้

โดยตลาดซื้อขายล่วงหน้าคาดว่า Fed จะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคม และลดดอกเบี้ยรวมในปีนี้ราว 5-6 ครั้ง อย่างไรก็ดี TISCO ESU คาดว่าการลดดอกเบี้ยของ Fed อาจจะไม่ได้มาถึงเร็วและสามารถลดดอกเบี้ยได้มากอย่างที่นักลงทุนหวัง และบอนด์ยีลด์สหรัฐอาจพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันที่จะทำให้ตลาดหุ้นปรับฐานได้อีกครั้ง

โดยอุปสรรคในการลดดอกเบี้ยของ Fed ประการแรก ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดย GDP สหรัฐขยายตัวต่อเนื่องในอัตราสูงกว่า 3% ในช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว และมีแนวโน้มจะขยายตัวที่ระดับดังกล่าวต่อในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งการขยายตัว
ที่เกินกว่า 3% นั้นนับเป็นการขยายตัวในระดับที่เกินกว่าศักยภาพและอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้นได้ในปีนี้

นอกจากนั้น ตัวเลขการจ้างงานและการขยายตัวของค่าจ้างยังกลับมาเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.5% ในเดือนล่าสุด ซึ่งชี้ว่าเงินเฟ้อโดยเฉพาะในภาคบริการของสหรัฐอาจมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นต่อจากนี้ เงินเฟ้อที่กลับมาเพิ่มขึ้นอาจทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงช่วงกลางปี และอาจปรับลดดอกเบี้ยได้เพียง 3-4 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดหวังอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ ปริมาณพันธบัตรสหรัฐ ที่จะออกมาขายในตลาดในช่วงไตรมาส 2 จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ Bond Yield กลับมาเป็นขาขึ้นในระยะสั้น โดยในปีที่แล้วกระทรวงการคลังสหรัฐได้มีการลดปริมาณการขายพันธบัตรระยะยาว และเปลี่ยนไปเน้นออกพันธบัตรระยะสั้น เพื่อลดแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นแรง

แต่พอมาในปีนี้ปริมาณพันธบัตรระยะสั้นได้เพิ่มขึ้นไปเกินกรอบบนที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ที่ 20% ของตลาด และทำให้กระทรวงการคลังต้องกลับมาออกพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้นในปีนี้

TISCO ESU ประเมินว่า ปริมาณพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจจะกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อาจทำให้บอนด์ยีลด์สหรัฐกลับมาเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.3-4.5% ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นสหรัฐ ที่ซื้อขายที่ระดับพีอีที่ค่อนข้างแพงมากในปัจจุบัน

TISCO ESU จึงแนะนำให้นักลงทุนทยอยลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ และถือเงินสดรอเข้าลงทุนในพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น