ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ 80 วัน 143,939 ราย มูลหนี้รวม 10,261 ล้าน

เปิดลงทะเบียน หนี้นอกระบบ

ปลัด มท.เผยยอดลงทะเบียนหนี้นอกระบบ 80 วัน ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 143,939 ราย มูลหนี้รวม 10,261 ล้าน ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 14,947 ราย มูลหนี้ลดลง 721 ล้านบาท ย้ำเหลือเวลาอีก 11 วัน 29 ก.พ. วันสุดท้าย

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงผลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ วันที่ 80 โดยเมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง รายงานผลการลงทะเบียน พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 143,939 ราย มูลหนี้รวม 10,261.362 ล้านบาท

แบ่งเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 120,245 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 23,694 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 114,344 ราย

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ดังนี้

  1. กรุงเทพมหานคร ยังคงมีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 11,169 ราย เจ้าหนี้ 8,278 ราย มูลหนี้ 911.042 ล้านบาท
  2. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 5,809 ราย เจ้าหนี้ 5,475 ราย มูลหนี้ 398.124 ล้านบาท
  3. จังหวัดสงขลา มีผู้ลงทะเบียน 5,312 ราย เจ้าหนี้ 4,289 ราย มูลหนี้ 349.437 ล้านบาท
  4. จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 4,981 ราย เจ้าหนี้ 4,075 ราย มูลหนี้ 431.212 ล้านบาท
  5. จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ลงทะเบียน 3,912 ราย เจ้าหนี้ 2,836 ราย มูลหนี้ 361.507 ล้านบาท

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 238 ราย เจ้าหนี้ 239 ราย มูลหนี้ 14.243 ล้านบาท
  2. จังหวัดระนอง มีผู้ลงทะเบียน 339 ราย เจ้าหนี้ 261 ราย มูลหนี้ 23.718 ล้านบาท
  3. จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 380 ราย เจ้าหนี้ 298 ราย มูลหนี้ 14.969 ล้านบาท
  4. จังหวัดตราด มีผู้ลงทะเบียน 460 ราย เจ้าหนี้ 337 ราย มูลหนี้ 20.155 ล้านบาท
  5. จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 464 ราย เจ้าหนี้ 372 ราย มูลหนี้ 25.681 ล้านบาท

ขณะที่ข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ พบว่า มีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 24,184 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 14,947 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนการไกล่เกลี่ย 2,222.407 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 1,500.624 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 721.783 ล้านบาท

ด้านจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุดยังคงเป็นจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 3,269 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 419 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 276.484 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 44.129 ล้านบาท ทำให้มูลหนี้ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ลดลง 232.354 ล้านบาท

“สำหรับกรณีที่ไม่ได้รับความร่วมมือกระทั่งไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งต่อเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีไปแล้ว 277 คดี ใน 35 จังหวัด” นายสุทธิพงษ์กล่าว

นายสุทธิพงษ์กล่าวต่ออีกว่า กระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเต็มที่ตามนโยบายของรัฐบาล

โดยมีความมุ่งมั่นในการที่จะช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะกับคนที่เป็นหนี้นอกระบบ เพราะต้องชำระดอกเบี้ยสูงมาก และเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งยังมีกระบวนการ วิธีการทวงหนี้ที่ใช้ความรุนแรงโหดร้ายทารุณ

ในส่วนของการนำเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ปัจจุบันมีประชาชนที่มาลงทะเบียนหนี้นอกระบบบางส่วนที่ไม่สามารถให้ข้อมูลของเจ้าหนี้นอกระบบได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้การติดตามเพื่อเชิญมาไกล่เกลี่ยหนี้ได้ยาก

เราพบว่าเป็นข้อมูลของเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นพวกปล่อยเงินกู้นอกระบบมืออาชีพ มีลูกน้องที่เรียกว่าแก๊งหมวกกันน็อกไปปล่อยเงินกู้ตามตลาด ตามชุมชน ทำให้ชาวบ้านทราบเฉพาะเพียงชื่อเล่นของเจ้าหนี้ ซึ่งใช้วิธีการทวงหนี้แบบเดินเก็บตามตลาดหรือในที่ที่ลูกหนี้ทำมาหากินอยู่

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะได้ส่งข้อมูลรายละเอียดของเจ้าหนี้นอกระบบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาทางจับกุมต่อไป โดยเฉพาะข้อมูลรายละเอียด อาทิ รายชื่อ และสถานที่ที่คนกลุ่มนี้ไปปล่อยกู้

ซึ่งทั้งหมดเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการปล่อยกู้ และเก็บดอกเบี้ยที่เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมถึงได้ส่งข้อมูลการทวงหนี้แบบใช้ความรุนแรงหรือข่มขู่คุกคาม ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป

ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอดำเนินการจัดกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ อย่างน้อยเดือนละ 4 ครั้ง เพิ่มเติมจากตลาดนัดแก้หนี้ระดับจังหวัด ที่จัดเดือนละ 1 ครั้ง

โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันการเงิน เป็นเหมือน One Stop Service ในการแก้หนี้นอกระบบแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว ซึ่งประชาชนที่มาลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ ภาครัฐจะได้ให้การช่วยเหลืออย่างถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว

ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 11 วันที่พี่น้องประชาชนยังคงสามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเราจะรับลงทะเบียนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ทั้งการเดินทางไปขอคำปรึกษา และลงทะเบียน ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด (ห้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด) ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง (ห้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ) สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร

ตลอดจนพื้นที่การจัดมหกรรมตลาดนัดแก้หนี้ระดับจังหวัด และตลาดนัดแก้หนี้อำเภอ หรือสามารถลงทะเบียนทางระบบออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร.1567 ตลอด 24 ชั่วโมง