ตลท.เผยสตาร์ตอัพสนใจขาย IPO 2-3 แห่ง คาดช่วง 2-3 ปีนี้ชัดเจน 1 บริษัทเป็นธุรกิจแอนิเมชั่น

ตลาดหลักทรัพย์ฯเผยสตาร์ตอัพสนใจเปิดขายหุ้น IPO ในตลาด 2-3 ราย ด้าน “เกศรา” แย้มมีความชัดเจน 1 บริษัท ซึ่งประกอบธุรกิจด้านแอนิเมชั่น คาดชัดเจนได้ภายใน 2-3 ปีนี้ ขณะที่กระแสธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดมองว่า 2 ปีนี้จะได้เห็นประมาณ 3 ราย ซึ่งเป็นบริษัทที่รู้จักกันดี

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มสตาร์ตอัพสนใจที่จะเปิดขายหุ้น IPO ในตลาดประมาณ 2-3 ราย เพื่อหาโอกาสในการขยายธุรกิจของตนเอง ซึ่งคาดว่าจะเห็นกลุ่มสตาร์ตอัพจำนวน 1 บริษัท ที่มีความชัดเจนภายใน 2-3 ปีนี้ โดยจะเป็นกลุ่มสตาร์ตอัพที่ประกอบธุรกิจด้านแอนิเมชั่น

“ตลาดหลักทรัพย์ฯมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้กลุ่มสตาร์ตอัพมีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์มากกว่าเรื่องของรายได้ เพราะเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะยกระดับให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้เป็นกลไกสำคัญช่วยขับเคลื่อนประเทศในอนาคต” นางเกศรากล่าว

นางเกศรากล่าวว่า ส่วนเทรนด์ของธุรกิจครอบครัวที่เริ่มหาโอกาสขยายธุรกิจนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มมากขึ้น เพราะว่าในอดีตการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจจะไม่ได้เป็นบวกมากนักในสายตาผู้ประกอบการ เนื่องจากจะบริหารกิจการในรูปแบบ “เถ้าแก่” ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด แต่ปัจจุบันธุรกิจลักษณะนี้ได้ผลัดเปลี่ยนมาสู่ยุคเจนเนอเรชั่นที่ 2 และ 3 ทำให้มีคนที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจจะไม่อยากที่จะเป็นผู้บริหารแต่อยากเป็นผู้ถือหุ้น

เพราะฉะนั้นการจ้างมืออาชีพมาทำงานจะเป็นทางออก ซึ่งเป็นไปได้ที่จะนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้เห็นฟันด์โฟลว์และชื่อเสียงที่ดีกว่าการนำเงินไปลงทุนอื่น ๆ และเพิ่มออปชั่นหรือช่องทางในการเลือกมากกว่าการกู้แบงก์ แต่บริษัทสามารถที่จะออกหุ้นกู้หรือออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้

Advertisment

“ปัจจุบันบริษัทในไทยถึงจุดที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละบริษัทว่าจะไปต่อหรือจะไม่ไปต่อ แต่อย่างไรก็ตามพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการไม่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมันไม่ได้ทำให้ธุรกิจเติบโตมากนัก ซึ่งวัดผลได้จากบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนแล้วประสบความสำเร็จมากกว่า ซึ่งคาดว่าจะเห็นธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 3 ราย ในช่วง 2 ปีข้างหน้า หรืออาจจะเป็นปีหน้าก็ได้ เพราะบางรายมีบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่แล้ว แต่สำหรับบริษัทที่ยังไม่เข้าตลาดอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละราย” นางเกศรากล่าว