แบงก์ออก “โปรดักต์สีเขียว” หนุนธุรกิจเร่งเปลี่ยนผ่าน

bank-green

แบงก์ขานรับนโยบาย ธปท. จ่อออกโปรดักต์หนุนธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนในไตรมาส 3 ปีนี้ “กรุงศรีฯ-ทีทีบี” ต่อยอดสินเชื่อสีเขียว-โซลาร์รูฟ เน้นลูกค้าใช้ได้จริง โฟกัส 3 เซ็กเตอร์ “พลังงาน-ขนส่ง-ถ่านหิน” ขณะที่ “กสิกรไทย” วางกรอบ 5 อุตสาหกรรม เจาะรายใหญ่ช่วยดึงรายกลางปรับตัว ปักธงปีนี้ปล่อยกู้ 1 แสนล้าน ฟาก “CIMBT” ลุยลดพอร์ต 4 เซ็กเตอร์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง

นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตามนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่พร้อมปรับตัวทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และให้จัดทำ Transition Plan ภายในปี 2568 นั้น

ขณะนี้ กรุงศรีฯได้จัดตั้งทีม EFD (ESG Finance Department) เพื่อร่วมกับลูกค้าวางแผน Transition Plan โดยจะเริ่มในกลุ่มพลังงาน และขนส่งภาคพื้นดิน ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อด้านความยั่งยืนให้ได้ 1 แสนล้านบาท ภายในปี 2573

“แม้ว่าตามกำหนด ธปท. จะกำหนดให้ส่งแผนภายในปี 2568 แต่ธนาคารได้เริ่มทยอยพูดคุยกับลูกค้า ซึ่งจะนำเอาลูกค้ารายใหญ่เป็น Baseline และทำผลิตภัณฑ์ Transition Finance เพื่อดึงธุรกิจเอสเอ็มอีเข้ามาด้วย ขณะที่ผลิตภัณฑ์ Transition Finance ที่ต้องส่งแผนให้ ธปท.ภายในไตรมาสที่ 3/2567 เบื้องต้นมี Product Program พร้อมแล้ว อาทิ สินเชื่อสีเขียว สินเชื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป อัตราดอกเบี้ยต่ำ และอยู่ระหว่างคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยลูกค้าบริหารจัดการสู่สีเขียวมากขึ้น คาดว่าจะออกมาได้ในเร็ว ๆ นี้”

นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า ธนาคารจัดทำการประเมินเพื่อเลือกอุตสาหกรรม โดยคำนึงถึงอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และได้รับแรงกดดันให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Advertisment

โดยเลือกเป้าหมาย 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ พลังงาน (Energy) การทำเหมืองถ่านหิน (Coal Mining) และรถยนต์และการขนส่ง (Transportation) ซึ่งในปีนี้ธนาคารได้กำหนดกลยุทธ์การมีส่วนร่วมกับลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่สีเขียว โดยตั้งเป้าในการปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนในปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท

“เรามีโปรดักต์สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน อาทิ สินเชื่อเพื่อให้ลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืน (Green/Blue Loan) ตามเกณฑ์ 7 หมวดหมู่ของธนาคาร สินเชื่อพลังงานสะอาดและลดค่าไฟฟ้า (Solar Rooftop) หรือสินเชื่อที่ผูกกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Linked Loan) เป็นต้น

และวางแผนออกผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุน Transition Plan เพิ่มเติมในส่วนของ Solar Rooftop สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการวงเงินไม่มากและไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อเปลี่ยนรถยนต์สำหรับธุรกิจเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีดอกเบี้ยและโปรโมชั่นพิเศษ”

นายเจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ซีไอเอ็มบี ไทย ได้กำหนด 9 กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ การผลิต อะลูมิเนียม เหล็ก ปูนซีเมนต์ พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ฟอสซิล และเกษตร เป็นต้น ซึ่งเป็นเซ็กเตอร์ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และมีโอกาสลดก๊าซเรือนกระจกได้ โดยธนาคารจะออกแบบ Product Program มาเฉพาะเพื่อสนับสนุนเซ็กเตอร์เหล่านี้ ซึ่งตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท และจะทยอยเพิ่มขึ้นปีละ 10%

Advertisment
เจสัน ลี
เจสัน ลี

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นจะมี 4 เซ็กเตอร์ที่มีการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น ถ่านหิน ภายในปี 2584 สัดส่วนพอร์ตจะเป็น 0% หรือไม่ปล่อยสินเชื่อเลย และที่เหลือจะเป็น ปูนซีเมนต์ ปาล์ม และพลังงานไฟฟ้า จะมีเป้าหมายในการลดสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อลงมา

โดยผลิตภัณฑ์จะเป็น สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) หรือหุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) อัตราดอกเบี้ยจะพิจารณาตามข้อมูลเครดิตของแต่ละบริษัท ระยะเวลาสินเชื่อ 5 หรือ 7 ปี และส่วนต่างดอกเบี้ยและต้นทุนการเงินของธนาคารที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ก็มี Sustainability Linked Loan (SLB) หุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน เป็นต้น

“อัตราดอกเบี้ยพิเศษจะเสนอไว้เฉพาะสำหรับโครงการภายใต้เงื่อนไขที่ตกลงไว้ ลูกค้าไม่สามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ เพราะลูกค้าจะต้องตามเกณฑ์ Taxonomy ส่วน Sustainability Linked Bond ลูกค้าจะต้องเข้าไประดมทุนในตลาดตราสารหนี้ Thai BMA ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องยอมรับว่าหากลูกค้าสามารถทำได้ดอกเบี้ยจะน้อย แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น”

นายพิพิธ อเนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้เตรียมแผน ทั้งในส่วนของ Transition Product ภายในไตรมาสที่ 3/2567 และแผน Transition Plan ภายในปี 2568 โดยวางกลยุทธ์รายอุตสาหกรรมไปแล้ว 5 อุตสาหกรรม อาทิ โรงไฟฟ้า เหมืองถ่านหิน ซีเมนต์ อะลูมิเนียม และกลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติต้นน้ำ เป็นต้น เพื่อช่วยลูกค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน

โดยในปีนี้คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ราว 1 แสนล้านบาท ปัจจุบันปล่อยแล้ว 7.3 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายวงเงิน 2 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 ซึ่งจะทำให้มีสัดส่วนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนประมาณ 10% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคารที่มีอยู่ 1.7 ล้านล้านบาท สำหรับแผนกลยุทธ์ในปีนี้ ธนาคารจะเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่มียอดขาย 1,000-5,000 ล้านบาท เพื่อให้รายใหญ่ช่วยดึงลูกค้ารายกลางภายใต้ซัพพลายเชนในการปรับเปลี่ยนสู่ความยั่งยืน

“วันนี้ถือเป็นจุด Turning Point เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้กลุ่มสีน้ำตาลไม่ลดลงช้าเกินไป และสีเขียวโตเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เราชนะในเกมการแข่งขันนี้”

ก่อนหน้านี้ นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า แนวทางการส่งเสริมให้ภาคการเงินมีผลิตภัณฑ์ช่วยสนับสนุนเงินทุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนเป็นรูปธรรม โดยกำหนดให้ธนาคารพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่พร้อมปรับตัวในช่วงไตรมาสที่ 3/2567 และเริ่มจัดทำ Transition Plan สำหรับเซ็กเตอร์ที่จะนำร่อง ภายในปี 2568

“ธปท.คาดหวังว่าธนาคารจะดำเนินการใน 2 ด้าน คือ มีโปรดักต์การเงินช่วยลูกค้าไปสู่ Less Brown โดยเห็นแผนออกโปรดักต์มาเป็นรูปธรรม และกำหนดเซ็กเตอร์ที่คาดว่าจะช่วยลูกค้าไปสู่สีเขียวอย่างน้อย 1 เซ็กเตอร์”